“คาเฟ่ อเมซอน” ส่งกาแฟ Cold Brew ลงตลาด รับเทรนด์สินค้า Home Use ตอบโจทย์คนอยู่บ้านช่วงโควิด -19

1    956    9    30 มิ.ย. 2564 12:13 น.   
แบ่งปัน

“คาเฟ่ อเมซอน” ส่งกาแฟ Cold Brew ลงตลาด
รับเทรนด์สินค้า Home Use ตอบโจทย์คนอยู่บ้านช่วงโควิด -19

   คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่กาแฟสกัดเย็น Café Amazon Cold Brew ออกสู่ตลาด หลังสถานการณ์ระบาดของโควิด – 19 ปรับตัวรับเทรนด์สินค้า Home Use/ Home Brew สอดรับพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทย มุ่งสร้างประสบการณ์โฮมบาริสต้าให้กับลูกค้า โดยเน้นความง่าย สะดวก รวดเร็ว สมกับเป็นเจ้าตลาดกาแฟสด ตอบรับช่วงเวลาการอยู่บ้านของผู้คนในปัจจุบัน

จากสถานการณ์ระบาดของโควิด – 19 ตั้งแต่ช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับวิธีการดื่มกาแฟชงเองที่บ้านมากขึ้น โดยคอกาแฟต่างมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคโควิด-19 พร้อมทดลองประสบการณ์การชงกาแฟด้วยตนเอง คาเฟ่ อเมซอน เล็งเห็นโอกาสใหม่ในการตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ จึงเปิดตัว Café Amazon Cold Brew กาแฟสกัดเย็นที่สามารถชงเองได้ที่บ้านง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน เพียงแค่ ฉีก-แช่-เอาเข้าตู้เย็น 8 ชั่วโมง ก็พร้อมสำหรับการดื่มด่ำลิ้มรสความสดชื่นเหมือนมีบาริสต้ามืออาชีพจากร้านมาชงให้

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า “ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันใช้เวลาในการอยู่บ้านมากขึ้น และเริ่มหันมาให้ความสนใจในรายละเอียดของการดื่มกาแฟจากแหล่งผลิตต่าง ๆ อีกทั้งยังมุ่งหาความเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟนั้น ๆ คาเฟ่ อเมซอน มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคอกาแฟที่มีความสนใจดังกล่าว ที่กำลังมองหาประสบการณ์การดื่มกาแฟที่มีคุณภาพเหมือนได้ลิ้มรสกาแฟจากร้านชื่อดังที่ได้มาตรฐาน จึงเกิดเป็นกาแฟสกัดเย็นทางเลือกใหม่ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี นอกจากจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือก ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่แล้ว คาเฟ่ อเมซอน ยังให้ความสำคัญกับการคัดสรรเมล็ดกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกกาแฟคุณภาพโดยพี่น้องเกษตรกรท้องถิ่นที่ยึดหลักวิถียั่งยืน อีกทั้งยังส่งเสริมการเติบโตร่วมกันกับชุมชนผ่านโครงการ CCS หรือ Community Coffee Sourcing ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะอาชีพให้กับวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและผลิตกาแฟ รวมถึงเป็นช่องทางการรับซื้อเมล็ดกาแฟที่แน่นอนให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร ให้มีรายได้จากการซื้อขายในระดับราคาที่เป็นธรรม (Fair Trade) เพื่อสร้างกลุ่มชุมชนให้มีอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกัน เพื่อสร้างชุมชนน่าอยู่ และสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ในทุกที่ที่ OR ดำเนินธุรกิจ”
 

สำหรับกาแฟสกัดเย็น Café Amazon Cold Brew มีวางจำหน่ายด้วยกัน 2 สูตร ได้แก่ อเมซอน วัลเลย์ ซีเครท กาแฟแท้คั่วบด สำหรับสกัดเย็น (Amazon Valley Secret Roasted Coffee For Cold Brew) กาแฟ สูตรเฉพาะจากเมล็ดกาแฟบนแหล่งปลูกในจังหวัดเชียงรายอันมีชื่อเสียงโดยเกษตรกรชาวเขาในชุมชน 3 พื้นที่ ปางขอน ผาลั้ง และแม่สลอง คั่วในระดับกลาง รสชาตินุ่มละมุนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติอย่างแท้จริง และอเมซอน เฮาส์เบลนด์ กาแฟแท้คั่วบด สำหรับสกัดเย็น (Amazon House Blend Roasted Coffee For Cold Brew) กาแฟเฮาส์เบลนด์ที่มีส่วนผสมอันลงตัวระหว่างเมล็ดกาแฟอะราบิกา และโรบัสตาคุณภาพดี จากฝีมือการปลูกของเกษตรกรไทย ผ่านกระบวนการผลิตด้วยความพิถีพิถันจากโรงคั่วกาแฟคาเฟ่ อเมซอน คั่วในระดับกลางถึงเข้ม ออกมาเป็นเมล็ดกาแฟที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ รสชาติเข้มระดับพอดี นำไปสร้างสรรค์เมนูกาแฟได้หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์ Café Amazon Cold Brew มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Café Amazon สาขาใกล้บ้านคุณ ทุกสาขา หรือสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทางแอปพลิเคชัน Lazada และ Shopee สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง