“ซีพีแรม” รายแรกในซีพีได้รับเลือกเป็นต้นแบบ มอก.9999 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม การันตีต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน

0    282    0    26 พ.ค. 2568 16:09 น.   
แบ่งปัน

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สร้างความภาคภูมิใจแก่อุตสาหกรรมอาหารไทย ได้รับเลือกให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน และเป็นบริษัทแรกในเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือเครือซีพี ที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม หรือ มอก.9999 ตามกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้องค์กรอุตสาหกรรมไทยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างระบบการจัดการขององค์กรให้สมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผ่านหลักการสำคัญ 3 ด้าน คือ “ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี” บนพื้นฐานของ “ความรู้และคุณธรรม” โดยได้รับเกียรติจาก นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร มอก.9999 โดยมี นายชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้รับมอบประกาศนียบัตร มอก.9999 ณ ห้อง Auditorium ชั้น 6 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค (TDPK) กรุงเทพฯ

ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ แนวคิดความยั่งยืนจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเข็มทิศสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือเครือซีพีได้ให้ความสำคัญและนำมาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้นำร่องในการนำมาตรฐาน มอก.9999 มาปรับใช้ภายในองค์กร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่นใน 4 หลักการสำคัญคือ การทำงานร่วมกัน เคารพประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การทำงานแบบบูรณาการ และการทำงานเชิงระบบ โดยมาตรฐานนี้จะเข้ามาช่วยสร้างความสมดุลในห่วงโซ่อุปทาน ที่ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็น พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่แค่พัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพแต่ยังช่วย “พัฒนาคน” ให้เป็นคนดีมีคุณค่าพร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างสมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานนี้คือรากฐานของความยั่งยืนที่แท้จริง ทั้งต่อตัวเรา องค์กร และสังคมโดยรวม

มาตรฐาน มอก.9999” ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของซีพีแรมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกองค์กรในทุกมิติ ผ่านกระบวนการคิดและการตัดสินใจบนหลักเหตุผล ความรัดกุม และคำนึงถึงความเหมาะสมอย่างรอบด้าน เพื่อวางรากฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาวควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างความสุขให้กับผู้คนทั้งองค์กร

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซีพีแรมได้รับมาตรฐาน “มอก.9999” ก็คือตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนิน “โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้จริงในระดับชุมชน ผ่านการส่งเสริมอาชีพโดยคำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก โดยพิจารณาตามความเหมาะสมด้านพื้นฐานอาชีพและทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งยังมีการคัดเลือกเกษตรกรที่มีความพร้อมให้มาพัฒนาระบบงานไปพร้อม ๆ กับบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP การส่งเสริมให้สามารถวางแผนการผลิตที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ไปจนถึงการรับซื้อผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตได้ด้วยตนเอง และอีกมากมาย

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นคือการส่งเสริมให้ชุมชนเกษตรกรรอบๆ โรงงานซีพีแรม ทำการเพาะปลูก “กะเพรา” จากเมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกมีผลผลิตที่ดีมีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูยอดนิยม “ข้าวกะเพรา” ของซีพีแรมที่จัดจำหน่ายอย่างแพร่หลายในร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับฐานราก เข้ากับอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยวิสัยทัศน์ “เรามุ่งมั่นในการส่งมอบอาหารคุณภาพ เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน” ที่ยึดมั่นในคุณภาพ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซีพีแรมยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่เปี่ยมด้วยความอร่อย ปลอดภัย และให้คุณค่าทางโภชนาการ พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมและยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน และเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนเปิดประสบการแห่งรสชาติ!  แห่งศิลปะรังสรรค์อาหารอิตาลี สู่งาน “Discover Italy: The Extraordinary Italian Taste” เนรมิตประสบการณ์ช้อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปลี่ยนทุกมื้อให้เต็มไปด้วยรสชาติความอร่อยระดับโลก สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนเปิดประสบการแห่งรสชาติ! แห่งศิลปะรังสรรค์อาหารอิตาลี สู่งาน “Discover Italy: The Extraordinary Italian Taste” เนรมิตประสบการณ์ช้อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปลี่ยนทุกมื้อให้เต็มไปด้วยรสชาติความอร่อยระดับโลก
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย (ITA) ชวนคนไทยสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติในงาน “Discover Italy: The Extraordinary Italian Taste” เทศกาลที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งดินแดนศิลปะ และความโรแมนติกผ่านขบวนสินค้า Made in Italy จากหลากหลายแคว้นทั่วอิตาลี กว่า 1,364 รายการ ครอบคลุมครบครันตั้งแต่วัตถุดิบต้นตำรับชั้นเลิศไปจนถึงไอเท็มพรีเมียมสุดฮิต เสมือนได้เช็กอินช้อปปิงอยู่ใจกลางอิตาลีโดยไม่ต้องบินไกล ตอกย้ำแนวคิด Every Day DISCOVERY ที่เชื่อว่าความพิเศษเกิดขึ้นได้ในทุกวัน ร่วมสัมผัสสีสัน และรสชาติแห่งอิตาลีได้ตั้งแต่วันนี้ – 17 มีนาคม 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์
Tefal ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในไทย ประกาศกลยุทธ์ปี 2026 ในงาน “Tefal Innovation Conference 2026: Smarter Together”  สำนักพิมพ์แม่บ้าน
Tefal ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในไทย ประกาศกลยุทธ์ปี 2026 ในงาน “Tefal Innovation Conference 2026: Smarter Together”
บริษัท กรุ๊ป เอสอีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากฝรั่งเศสภายใต้แบรนด์ Tefal จัดงาน Tefal Innovation Conference 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smarter Together นำโดยคุณโอลิวิเยร์ นาคาเช่ รองประธานบริหาร กลุ่มตลาดเกิดใหม่และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Executive VP, Emerging Markets and APAC) ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 ยกระดับทุกตารางนิ้วภายในบ้านให้ก้าวล้ำด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบจากความเข้าใจในอินไซต์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เพื่อให้การใช้ชีวิตในบ้านสะดวกสบายและฉลาดขึ้นกว่าที่เคย