เทคนิคในการทำอาหารฟาสต์ฟู้ด

หน้าแรก      สาระน่ารู้
ถูกใจ
0    259    0    3 ต.ค. 2560 17:37 น.   
แบ่งปัน

เนื่องจากวิธีทำอาหารฟาสต์ฟู้ดมักทำด้วยการทอด อุณหภูมิของน้ำมันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

1. อุณหภูมิของการทอดอาหารแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกันถ้าต้องการทอดไฟอ่อนเช่นอาหารที่คลุกด้วยขนมปังป่นมักจะทอดได้ไม่นานเกล็ดขนมปังจะไหม้เสียก่อนจึงควรทอดด้วยไฟอ่อนอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 160 -170 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีความหนาเช่นเนื้อไก่ส่วนต่างๆ ควรทอดด้วยไฟกลางเพราะถ้าทอดด้วยไฟอ่อนอาหารจะกระด้างแต่ถ้าไฟแรงเกินไปเนื้ออาหารข้างในอาจไม่สุกได้ ควรทอดด้วยอุณหภูมิประมาณ 175-180 องศาเซลเซียส

2. การเก็บอาหารหลังการทอดเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะให้อาหารทอดนั้นมีลักษณะความกรอบเหมือนอาหารที่เพิ่งทอดใหม่ๆ จึงควรเก็บอาหารที่ทอดแล้วที่อุณหภูมิประมาณ 65-80 องศาเซลเซียส

3. น้ำมันที่ใช้ในการทอดควรใช้น้ำมันปาล์มเนื่องจากสามารถทนความร้อนในการทอดได้สูงและไม่ควรใช้น้ำมันที่ทอดซ้ำๆ กันเกิน 2 ครั้ง การใช้น้ำมันที่ผ่านการทอดมาแล้วหลายครั้งนอกจากไม่ดีต่อสุขภาพแล้วยังมีผลต่อลักษณะอาหารที่ทอดด้วยจะทำให้อาหารมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นหืนของน้ำมัน

4. การทอดอาหารที่คลุกด้วยเกล็ดขนมปังป่นควรเลือกให้เหมาะสม    เกล็ดขนมปังป่นจะมีทั้งเกล็ดเล็กละเอียดเหมาะสำหรับการทอดอาหารที่ปรุงสุกมาแล้วและต้องการทอดเป็นระยะเวลาสั้นเช่น มันโครเก็ต ชีสบอล เพราะจะเหลืองกรอบและไหม้เร็ว แต่ถ้าต้องการทอดเนื้อหมูที่มีขนาดใหญ่ชิ้นหนาควรใช้ขนมปังป่นที่มีเกล็ดใหญ่เมื่อขนมปังเหลืองพอดีกับหมูด้านในสุก

5. การทอดอาหารประเภทชีส ก่อนทอดควรนำชีสไปแช่เย็นให้เย็นจัดก่อนเพราะเวลาทอดชีสจะได้ละลายตัวได้ช้า

6. การหมักเนื้อสัตว์ให้นุ่มด้วยน้ำสับปะรดควรใส่ในอัตราส่วนเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำสับปะรดคั้นสด 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม และไม่ควรหมักนานเกิน 10 นาที ถ้าใส่มากจะทำให้เนื้อเปื่อยยุ่ยเกินไป

7. การทำนักเก็ตควรเลือกเนื้อไก่ส่วนที่มีหนังหรือไขมันติดมาด้วยและบดเข้าด้วยกัน เพราะไขมันในหนังไก่จะช่วยทำให้เนื้อไก่บดนุ่มขึ้นหรืออาจใส่น้ำแข็งลงไปขณะนวดสัก 2-3 ก้อนก็จะทำให้เนื้อมีความนุ่มไม่กระด้าง ก่อนปั้นทำรูปทรงควรนำไก่ไปแช่เย็นให้เย็นจัดจะช่วยทำให้ปั้นได้ง่ายขึ้น

8. แป้งพิซซาหมายถึง แป้งเซโมลินา (Semolina) ได้จากการนำส่วนเอนโดเสปิร์มของของข้าวสาลีดูรัม (Durum Wheat) ซึ่งเป็นแป้งสาลีพันธุ์ที่มีความแข็งมากที่สุด มีความเหนียวและแน่นมากมาบดหยาบ แป้งชนิดนี้จะมีปริมาณโปรตีนและกลูเตน (Gluten) สูงใช้สำหรับผลิตเส้นพาสต้า และแป้งพิซซาทำให้แป้งมีความเหนียวแน่นกว่าการใช้แป้งสาลีอย่างเดียว

9. การอบแป้งพิซซาชนิดแป้งบางกรอบควรใช้เตาอบแบบถ่านที่เป็นอุโมงค์เพราะจะมีความร้อนสูงช่วยทำให้แป้งพิซซาเหลืองกรอบ แต่ถ้าจะใช้เตาอบแบบทั่วไปแทนให้เลือกเตาอบที่มีทั้งไฟบนและไฟล่างและใช้อุณหภูมิการอบที่ค่อนข้างสูงประมาณ 220 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น

10. การต้มพาสต้าควรต้มให้ยังไม่สุกทั้งหมดเพราะเมื่อนำพาสต้าไปผัดหรือปรุงอาหารต่อพาสต้าจะสุกอีกครั้ง
 
 
 
สาระน่ารู้อื่นๆ