เป๊ปซี่โค หนุนยุทธศาสตร์ "มันฝรั่ง" ส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มุ่งพัฒนาอาชีพของเกษตรกรให้มั่นคง สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

1    2,862    9    17 มี.ค. 2564 15:26 น.   
แบ่งปัน

เป๊ปซี่โค หนุนยุทธศาสตร์ "มันฝรั่ง" ส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
มุ่งพัฒนาอาชีพของเกษตรกรให้มั่นคง สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี
เพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

   บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “เลย์” มันฝรั่งทอดกรอบอันดับหนึ่งของไทย และขนมขบเคี้ยวในเครือ “เป๊ปซี่โค” เดินหน้าสานต่อ “นโยบายส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งสนับสนุนเกษตรกรแบบครบวงจร เน้นพัฒนาเพิ่มศักยภาพ ยกระดับขีดความสามารถการผลิตการจัดการ และการใช้เทคโนโลยีช่วย จนสามารถเพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยของแปลงปลูกมันฝรั่งทั่วไปเกือบ 2 เท่า ลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น สร้างความมั่นคงทางอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

นายชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร ภูมิภาคเอเชีย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด  กล่าวว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรไทยทำการเกษตรอย่างยั่งยืนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะ ตามพันธสัญญาการทำการเกษตรยั่งยืนของเป๊ปซี่โค ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีช่วย แปลงเกษตรสาธิตนี้มีการพัฒนารูปแบบการปลูกด้วยระบบน้ำหยด คือการปลูกที่ให้น้ำและสารอาหารพืชในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยให้เกษตรกรควบคุมทั้งปริมาณน้ำและสารอาหารที่พืชต้องการได้ อีกทั้งมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลผลิตต่อไร่มีปริมาณที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของแปลงปลูกมันฝรั่งทั่วไปเกือบ 2 เท่า เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

 

นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้จัดการอาวุโสองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมธุรกิจมันฝรั่งแปรรูป เป๊ปซี่โคเล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำการเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ต่อเกษตรกรให้สามารถดำรงชีวิตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาทักษะและความรู้ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกรและสร้างความยั่งยืนให้กับทุกชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2538 เป๊ปซี่โคได้ยึดถือนโยบายการส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด โดยเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสนับสนุนเกษตรกรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่าน ‘โครงการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน ซึ่งครอบคลุมทั้งการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยที่ผ่านมามีเกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 3,800 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ อันได้แก่  จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก และบางจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ จังหวัดสกลนคร และนครพนม เป็นต้น”

นายมงคล ศรีวรรณตัน เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “โดยทั่วไป การเพาะปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยนั้นมีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 ตันต่อไร่ แต่ที่ไร่ของเราซึ่งมีพื้นที่ปลูกกว่า 1,000 ไร่ ส่วนหนึ่งอยู่ที่อำเภอสันทราย เราได้พัฒนาเรียนรู้และทดลองการเพาะปลูกร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปีจนสามารถสร้างผลผลิตมันฝรั่งได้สูงสุดถึง 5 ตันต่อไร่ ด้วยความใส่ใจและการให้ความสำคัญการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการเพาะปลูก จนเกิดเป็นการพัฒนารูปแบบการปลูกด้วยระบบน้ำหยด ช่วยให้เกษตรกรควบคุมทั้งปริมาณน้ำและสารอาหารที่พืชต้องการได้ ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่มีปริมาณที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของแปลงปลูกมันฝรั่งทั่วไปเกือบ 2 เท่า ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรลดลงจากการปรับตัว ทำเกษตรกรแบบใช้องค์ความรู้เทคโนโลยี เหล่านี้เป็นการส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในการทำเกษตรกรรมอย่างแท้จริง และเป็นการถ่ายทอดวิชาชีพที่มีความมั่นคงและต่อเนื่องไปยังคนรุ่นต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็มีลูกชายเข้ามารับช่วงต่อแล้ว”
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง