เจาะ 3 เทคนิคจาก 3 ร้านอาหารเพิ่มยอดขายเดลิเวอรีกับ LINE MAN แบบ Non-GP สู้วิกฤตโควิด-19

1    1,253    9    25 พ.ค. 2564 13:28 น.   
แบ่งปัน

เจาะ 3 เทคนิคจาก 3 ร้านอาหารเพิ่มยอดขายเดลิเวอรีกับ
LINE MAN แบบ Non-GP สู้วิกฤตโควิด-19

   หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากที่สุด คือ ธุรกิจร้านอาหาร ที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กต่างได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ไม่แพ้กัน เมื่อโจทย์ปัจจุบัน คือ ร้านอาหารไม่สามารถให้บริการนั่งทานที่ร้านได้แบบปกติ จึงต้องปรับตัวและเปลี่ยนกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเจ้าของกิจการต่างต้องตื่นตัว และปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการขาย พร้อมงัดไม้เด็ดขึ้นมา เพื่อฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้  “เดลิเวอรี” คือทางออก ในวันนี้ เราจะไปทำความรู้จักกับมุมมองของ 3 ร้าน 3 สไตล์ ที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส กับการสร้างช่องทางเดลิเวอรี กับ LINE MAN แบบ Non-GP หรือขายเดลิเวอรีฟรี แบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม GP ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ร้านอาหารในการบริหารต้นทุนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ วิกฤตเช่นนี้

มาตรฐานรสชาติอาหารที่อร่อยคงเส้นคงวา
“สิ่งสำคัญสำหรับอาหาร คือ รสชาติที่กินแล้วอร่อย และคงเส้นคงวา เพราะอาหารเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่ต่อให้ถูกแค่ไหนถ้าไม่อร่อยคนก็ไม่กิน” สำหรับร้านห่านท่าดินแดง ฉั่วคิมหลี มองว่าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่มก็เปลี่ยนแปลง เดลิเวอรีจึงถือเป็นแนวโน้มที่มาแรงจากปัจจัยโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ทำให้ยอดการสั่งเดลิเวอรีของร้านขึ้นมาถึง 30-50%  และที่สำคัญการเดลิเวอรียังช่วยเพิ่ม ฐานลูกค้าใหม่ให้กับร้านจากแต่เดิมที่ฐานลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนที่มีอายุ ตอนนี้มีลูกค้าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หาร้านเจอผ่านแอปฯ ด้วยมาตรฐานของคุณภาพอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำเดลิเวอรี นอกจากรสชาติที่ต้องคงเส้นคงวาแล้ว ยังรวมไปถึงหน้าตา แพ็กเกจ และความเร็วในการจัดส่งเพื่อคงความสดใหม่ของอาหารไว้ได้

ช่องทางการสั่งอาหารที่เข้าถึงง่าย ลดขั้นตอน และภาพเมนูที่สวยงาม
 

ในด้านของ Alice Cafe ที่มีความตั้งใจจากการทำร้านว่าจะเข้าร่วมเดลิเวอรีแบบ Non-GP เท่านั้น เผยว่า “ตอนที่มาเปิดเดลิเวอรีในแอปฯ สิ่งที่สังเกตได้ คือ ลูกค้าเราจะมีหลายกลุ่ม กลุ่มที่ย้ายจากการสั่งผ่านไลน์แอด ไปสั่งผ่านแอปฯ ก็มี คนที่ไม่ถนัดสั่งจากแอปฯ ก็มี ฐานลูกค้าใหม่ที่มาจากแอปฯ ก็มี บางทีสั่งผ่านแอปฯ มันช่วย ลดขั้นตอน ไม่ต้องคอยคุยกับแอดมิน ไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่ส่งไปใหม่ แล้วค่าส่งก็ยังเท่ากับตอนที่ร้านเราทำเดลิเวอรีเอง มันทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น”

เมื่อร้านอาหารจะต้องปิดหน้าร้าน ช่องทางการสั่งอาหารออนไลน์จึงกลายเป็นประตูเดียวที่จะเปิดต้อนรับลูกค้า ให้เข้ามาในร้านของเรา ดังนั้น เจ้าของร้านจึงจำเป็นที่จะต้องตกแต่งหน้าร้านออนไลน์ให้สวยงาม ทั้งบนโซเชียลมีเดีย ของร้านหรือแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ด้วยการทำรูปภาพเมนูให้สวยงาม และบอกรายละเอียดของอาหารอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเมนู, จุดเด่น, รสชาติ, ส่วนประกอบ, ราคา และค่าจัดส่ง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการตัดสินใจ เลือกซื้อค่อนข้างสูง เพราะลูกค้าไม่สามารถสอบถามเราได้ทันทีเหมือนเวลามากินหน้าร้าน

พัฒนาเมนูใหม่ๆ และทำโปรโมทร้านผ่านช่องทางออนไลน์
 

สำหรับร้าน Bowcake ในช่วงโควิด-19 พยายามมองหาวิธีการเพิ่มยอดขายและฐานลูกค้า ด้วยการ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ควบคู่กับการทำ Online Marketing รวมถึงอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ เดลิเวอรี “เราต้องกลับมาดูว่า ลูกค้าของเราต้องการอะไร เราจะสร้างความสะดวกให้กับเขายังไง การคุยกับลูกค้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราได้ฟีดแบคที่ดี สุดท้ายเราอยากให้ทุกร้านสู้ไปด้วยกัน และผ่านมันไปด้วยกัน”

Online Marketing เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเข้าถึงและมัดใจลูกค้าในโลกออนไลน์ เทคนิคการขาย ที่สามารถช่วยได้ดีก็คือ การโปรโมทร้านด้วยโปรโมชันสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น 1 แถม 1 หรือลดราคาอาหาร ซึ่งเทคนิคการทำโปรโมชัน ควรคำนึงถึงพฤติกรรมการซื้อและความชอบของลูกค้าด้วย

LINE MAN พร้อมช่วยเหลือร้านอาหารให้สามารถขายอาหารเดลิเวอรีบนแอปฯ โดยสามารถเลือกรูปแบบ ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละร้าน ได้แก่ Non-GP Model ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะคิดค่าส่งตามระยะทางจริง หรือ GP Model เสียค่าธรรมเนียม โดยจะได้ค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท โปรโมทร้านบนแอปฯ LINE MAN หรือรับเงินผ่าน E-Payment พร้อมสมัครได้เลยทันทีผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งบน iOS และ Android

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ทาง Facebook: Wongnai for Business หรือ LINE: Wongnai for Business และเว็บไซต์ https://www.wongnai.com/business
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง