บราเดอร์ ชี้ โควิด-19! โจทย์หินธุรกิจไอทีไทย ‘รอดไม่รอด’ อยู่ที่ศักยภาพการปรับตัว จับตา ‘แผนกระจายวัคซีน’ หัวใจหลักฟื้นคืนความเชื่อมั่นทั้งไทยและต่างชาติ

1    1,077    9    4 ส.ค. 2564 16:49 น.   
แบ่งปัน

บราเดอร์ ชี้ โควิด-19! โจทย์หินธุรกิจไอทีไทย ‘รอดไม่รอด’ อยู่ที่ศักยภาพการปรับตัว จับตา ‘แผนกระจายวัคซีน’ หัวใจหลักฟื้นคืนความเชื่อมั่นทั้งไทยและต่างชาติ

   บราเดอร์ พร้อมรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ เผยเทรนด์ WFH และการเรียนการสอนแบบออนไลน์หนุนธุรกิจเครื่องพิมพ์ขยายตัวต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาศักยภาพทีมงานพร้อมก้าวต่อไปให้ดียิ่งกว่าหากวิกฤติเริ่มคลี่คลาย มั่นใจหากแผนการกระจายวัคซีนของภาครัฐเป็นไปตามเป้า จะส่งผลให้ 3 เส้นเลือดหลัก ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-การบริโภคภายในประเทศ’ กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจไทยและภาคธุรกิจไอที

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทยมาตั้งแต่ปี 2563 แม้ภาครัฐพยายามจะกระตุ้นด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเพื่อเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ แต่เมื่อวิกฤติโควิด-19 ยังยืดเยื้อ ก็ถือเป็นความท้าทายที่ยากในการรับมือ ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจจะกลับมาเดินหน้าได้ 3 กลไกหลัก ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการส่งออก, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในประเทศต้องเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว แต่ปัจจุบันมีเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมการส่งออกที่เริ่มมีการขับเคลื่อนได้เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศที่เริ่มจัดการกับผลกระทบจากโควิด-19 ได้ดีขึ้น อาทิ อเมริกา จีน และประเทศในทวีปยุโรป ด้านความพยายามส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อหวังกระจายโมเดลดังกล่าวไปตามจังหวัดหลักด้านการท่องเที่ยวก็อาจไม่คึกคักอย่างที่คาด รวมถึงการอัดเม็ดเงินสู่ระบบเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศครั้งใหม่นี้ ก็ยังไม่สามารถส่งผลได้อย่างชัดเจน ซึ่งต่างจากการจัดแคมเปญช้อปดีมีคืนที่สร้างความคึกคักให้แก่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หากภาครัฐนำแคมเปญดังกล่าวกลับมาใช้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ก็น่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศได้อย่างดี

“เศรษฐกิจในภาพใหญ่และธุรกิจไอทีของไทย จะกลับมาเดินต่อได้อย่างมีเสถียรภาพ แผนการกระจายวัคซีนของภาครัฐต้องทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วน” นายธีรวุธ กล่าวแสดงความเห็น “แม้ธุรกิจไอทีจะมีข้อได้เปรียบจากกระแส Work from Home และการเรียนออนไลน์ ที่ทำให้ความต้องการในตลาดขยายตัวในช่วงสถานการณ์โควิด-19    เห็นได้จากการเติบโตในกลุ่มลูกค้า home use ของบราเดอร์ แต่สิ่งที่ต้องบริหารจัดการและวางแผนอย่างรอบคอบคือ แผนการผลิตและการจัดหาชิ้นส่วนให้เพียงพอต่อการผลิต รวมทั้งเตรียมการณ์ล่วงหน้าในกรณีเกิดการล็อกดาวน์ในบริเวณโรงงานเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าเพื่อป้อนสู่ตลาด ที่ผ่านมาหลายๆธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไอทีต้องเผชิญกับปัญหาโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่เชื่อว่าภายในสิ้นปี 2564 จะสามารถปรับสู่ภาวะสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลายได้อีกครั้ง”

ทั้งนี้ นายธีรวุธ ยังกล่าวถึงแผนการปรับตัวของ บราเดอร์ ว่า “บริษัทฯ มีการปรับแผนธุรกิจอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา  ให้ความสำคัญต่อการบริหารค่าใช้จ่ายภายในองค์กรเพื่อบริหารต้นทุน และการเสริมศักยภาพการทำงานของบุคลากรรวมถึงปรับกระบวนการทำงานภายในและปรับองค์กรเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน คิดค้นวิธีการทำตลาดใหม่ เพื่อให้พร้อมเดินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น เพราะถ้ารอให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นแล้วค่อยปรับตัวก็ช้าไปแล้ว”
#brotherPRnews

สามารถชมข้อมูล บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) เพิ่มเติมได้ที่
https://www.brother.co.th/th-th
https://www.facebook.com/BrotherCommercialThailand/
หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Brother Contact Center ☎ 0-2665-7777
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง