น้ำมันมะกอก ทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับทุกวัย ที่ใครๆ ก็แนะนำ

1    1,476    9    16 ส.ค. 2564 10:57 น.   
แบ่งปัน

น้ำมันมะกอก ทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับทุกวัย ที่ใครๆ ก็แนะนำ

   ในช่วงเวลาที่คนไทยยังคงต้องดูแลเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 อยู่นี้ ผู้คนยังให้ความสำคัญกับการหันมาพัฒนาสุขภาพและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันกันมากขึ้นด้วย ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาระยะห่างทางสังคมและล้างมือบ่อยๆ แล้ว เรื่องของโภชนาการและการเลือกส่วนประกอบอาหารให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทุกวัย
 
ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Heart Association[1] ได้เผยให้เห็นว่า น้ำมันมะกอกถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารที่มีประโยชน์ โดยผู้ที่รับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำนั้น มีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง
 
นอกจากนี้ รายงานจากโครงการ “อาหารไทย หัวใจดี” มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็แสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกนั้นจัดเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย เพราะว่าสามารถช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีโพลีฟีนอลอยู่สูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งสามารถช่วยลดความดันและความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี วิตามินเค และโอเมก้าด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุจะต้องได้รับประโยชน์จากอาหารให้ได้มากที่สุดในช่วงภาวะโรคระบาดแบบนี้
 
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันมะกอก เพราะว่า พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์เจ้าของเพจ “เรื่องเด็กๆ by หมอแอม” ได้เผยว่าน้ำมันมะกอกนั้นยังเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ต่อทารกที่มีอายุเกิน 6 เดือนขึ้นไปด้วย
 
“น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น มีส่วนประกอบของโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ในปริมาณใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ รวมทั้งมีกรดลิโนเลอิกในปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งช่วยในเรื่องของการสร้างระบบประสาทและพัฒนาการทางสมองของเด็กได้เป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหารให้แก่ลูกๆ ได้ตั้งแต่เมื่อพวกเขาเริ่มรับประทานอาหารแข็ง หรือเริ่มเคี้ยวได้” พญ. พรนิภา กล่าว

นอกจากนี้ พญ. พรนิภา ยังได้แบ่งปันประโยชน์ดีๆ จากน้ำมันมะกอกที่มีต่อลูกน้อยดังนี้
  1. บรรเทาอาการท้องผูก
ลูกน้อยโตขึ้นทุกวัน และร่างกายก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาการท้องผูกอาจจะเป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ แต่สามารถแก้ได้ไม่ยาก โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถนำน้ำมันมะกอกมาประกอบอาหารเพื่อช่วยระบบขับถ่าย หรืออีกหนึ่งวิธี คือการนำน้ำมันมะกอกอุ่นๆ มาลูบเบาๆ ไปตามเข็มนาฬิกาบริเวณหน้าท้องของลูกก็ได้
  1. บรรเทาอาการไอ
น้ำมันมะกอกมีส่วนประกอบทางธรรมชาติที่สามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการไอของลูกน้อยและทำให้เขาหลับง่ายขึ้นได้ โดยการผสมน้ำมันมะกอกเพียง 3-4 ช้อนชา กับน้ำมันธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ หรือน้ำมันยูคาลิปตัส แล้วนำมาลูบบริเวณหน้าอกและหลังของลูกน้อยก่อนนอน
  1. เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว
แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากที่จะให้ลูกน้อยมีผิวที่ชุ่มชื่นผ่านการดูดซึมสารที่มีประโยชน์ เพื่อจะได้รู้สึกสบายอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้ลูกน้อยในหลายๆ บ้านอยู่ในห้องแอร์หรือโดนพัดลมเป่าอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่าย น้ำมันมะกอกนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆ ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติที่เหมาะกับทุกวัย รวมถึงทารกที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนด้วย พญ. พรนิภา แนะนำให้ทาน้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อยลงบนผิว เพื่อลดอาการแห้งกร้าน และช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลาย

ในขณะที่เรายังคงต้องเดินหน้ารักษาสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรงในช่วงที่ต้องอยู่บ้านกันนี้เราไม่ควรมองข้ามเรื่องของอาหารการกินที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพราะว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทุกวัย น้ำมันมะกอกเพียงขวดเดียวสามารถมอบประโยชน์อันหลากหลายให้กับทุกคนในครอบครัวได้ หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ และขอคำแนะนำรวมทั้งข้อมูลเพิ่มเติมในการเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ได้เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง