เปิดตำราเลี้ยงลูกเชิงบวกแบบฉบับ “ผู้พันเบิร์ด” กับบทบาทคุณพ่อฮีโร่ตัวจริงของลูกชาย

1    1,502    9    31 ต.ค. 2562 10:22 น.   
แบ่งปัน

เปิดตำราเลี้ยงลูกเชิงบวกแบบฉบับ “ผู้พันเบิร์ด” 
กับบทบาทคุณพ่อฮีโร่ตัวจริงของลูกชาย

   หลายคนรู้จักพันเอก (พิเศษ) วันชนะ สวัสดี หรือ ผู้พันเบิร์ด จากการปฏิบัติหน้าที่ทหารรับใช้ชาติและบทบาทนักแสดงมากฝีมือ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทหลักที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด นั่นคือการเป็นคุณพ่อต้นแบบฮีโร่ในชีวิตจริงของน้องวิน ลูกชายวัย 6 ปี แม้ในแต่ละวันของผู้พันเบิร์ดจะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่เขาก็พยายามจัดสรรเวลากับครอบครัวให้ได้มากที่สุด พร้อมคอยปลูกฝังพฤติกรรมที่เหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องวินอยู่เสมอ หลายๆ พฤติกรรมเชิงบวกของน้องวิน เช่น ช่วยคุณแม่ถือของทันทีในระหว่างช้อปปิ้งโดยไม่ต้องร้องขอ ช่วยคุณพ่อล้างจานหลังกินข้าวเสร็จด้วยความเต็มใจ หรือการพูดคุยกับพ่อแม่ด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ก็เป็นผลมาจากการสังเกตและปฏิบัติตามแบบอย่างที่ผู้พันเบิร์ดแสดงออกให้เห็นอยู่บ่อยๆ นั่นเอง

   ภายในงาน 1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน ปี 3” โดย โครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี (Nestlé  for Healthier Kids) ซึ่งจัดโดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อจุดประกายให้ให้พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกเชิงบวกให้มีความสุข และร่วมกันเป็นฮีโร่ต้นแบบเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมเชิงบวกให้กับเด็กอายุ 3-12 ปี เพื่อปูรากฐานไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัวอย่างยั่งยืน ผู้พันเบิร์ดพร้อมด้วยคุณแม่ปามและน้องวิน ได้มาร่วมสร้างสีสันและแบ่งปันเทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวกตามแบบฉบับของบ้าน “สวัสดี”
 

ปรับพฤติกรรมลูกดื้อด้วยการเสนอทางออกให้ลูกเลือก
   แม้โดยปกติแล้วน้องวินจะเชื่อฟังพ่อแม่เสมอ แต่ก็มีบางครั้งที่งอแงและไม่ฟังใคร ผู้พันเบิร์ดเผยวิธีการรับมือกับสถานการณ์เมื่อลูกดื้อด้วยการพูดคุยกับลูกด้วยเหตุผลเพื่อให้เขาเข้าใจสิ่งที่พ่อแม่กำลังสื่อสาร รวมถึงใช้วิธีเล่นเกมง่ายๆ สนุกๆ เพื่อจูงใจให้ลูกทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ “ผมมักจะใช้เทคนิคการนำเสนอ 2 สิ่งที่เราต้องการให้ลูกทำให้เสร็จ แต่จะเปิดโอกาสให้เขาได้เลือกและตัดสินใจด้วยตัวเองว่าอยากจะทำสิ่งไหนก่อนหลัง เช่น ให้เลือกว่าอยากกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน ซึ่งการเปิดโอกาสให้เขาได้เลือกลำดับการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ภายใต้สิ่งที่เราอยากให้เขาทำอยู่แล้วนั้น ผลลัพธ์ก็จะได้ตามที่เราตั้งใจไว้ทั้งสองอย่าง โดยที่เราไม่ต้องใช้วิธีบังคับหรือสั่งลูกแต่อย่างใด”

ปลูกฝังให้ลูกกินผักจากการกินข้าวพร้อมหน้ากัน
   สำหรับหลายๆ บ้าน ลูกไม่กินผักคือปัญหาที่น่าหนักใจของพ่อแม่ ผู้พันเบิร์ดแนะเทคนิคง่ายๆ เพื่อปลูกฝังลูกให้กินผักว่า  “สิ่งที่ทำให้วินซึมซับเรื่องการกินผัก ผลไม้ และอาหารครบ 5 หมู่ในทุกมื้ออาหาร มาจากการที่ครอบครัวของเรานั่งกินข้าวร่วมกันทุกวัน และเนื่องจากผมและแม่ปามชอบกินผักอยู่แล้ว วินจึงได้มีโอกาสเห็นพ่อแม่กินผักเป็นประจำ จนทำให้เขาอยากลองกินบ้าง การนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกมื้ออาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะลูกจะได้เห็นเราเป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และซึมซับพฤติกรรมการชอบกินผักและอาหารที่มีประโยชน์จากพ่อแม่ไปเองโดยไม่ต้องบังคับ”

ฝึกทักษะด้านกีฬาอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่เขาไม่รู้ตัว
   หลายคนคงทราบกันดีว่าผู้พันเบิร์ดมีความฝันที่จะผลักดันให้ลูกชายของเขาก้าวเข้าสู่วงการเทนนิสมืออาชีพ ซึ่งผู้พันเบิร์ดก็ได้เล่าถึงวิธีการปูพื้นฐานทักษะด้านกีฬาให้กับวินว่า “ตั้งแต่วินยังแบเบาะ ผมห้อยลูกเทนนิสให้ลูกดูแทนโมเดลปลาตะเพียน และให้เขาได้แตะจับแทนของเล่นอื่นๆ และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มฝึกปฏิกิริยาตอบสนอง โดยให้เขาฝึกใช้ฝ่ามือตีลูกเทนนิส ซึ่งถือเป็นการฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายให้เขา โดยไม่ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกบังคับ ทำให้ลูกซึมซับทักษะด้านกีฬาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปกติผมชอบออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ซึ่งวินก็มักจะตามออกมาเล่นด้วยเสมอ ผมจึงได้มีโอกาสสอนทักษะด้านกีฬาให้กับลูก โดยเริ่มจากการให้เล่นเกมง่ายๆ และเพิ่มความท้าทายมากขึ้นตามอายุและทักษะที่พัฒนาขึ้น พร้อมทั้งชวนแม่ปามออกมาเล่นด้วย  การออกกำลังกาย นอกจากจะเป็นการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวแล้ว ยังทำให้วินไม่เป็นเด็กที่ติดหน้าจอโทรศัพท์อีกด้วย”
 
   การที่น้องวินมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และจิตใจที่สดใสอย่างทุกวันนี้ได้ เป็นผลมาจากเทคนิคการสื่อสารเชิงบวก การสนับสนุนให้น้องวินมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว รวมไปถึงการที่คุณพ่อคุณแม่เป็นฮีโร่ต้นแบบของพฤติกรรมที่ดีให้น้องวินเห็นเป็นตัวอย่างอยู่เสมอนั่นเอง

เนสท์เล่ชวนคุณร่วมเป็นฮีโร่ต้นแบบพฤติกรรมเชิงบวกของลูก ร่วมกับครอบครัวผู้พันเบิร์ด และโครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี ที่เฟซบุ๊กเพจ Nestle for Healthier Kids TH หรือ https://www.facebook.com/N4HKThailand/
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง