เอมิเรตส์เปิดตัวเลานจ์ใหม่ที่สุวรรณภูมิ SAT-1 ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากดูไบ

0    499    0    10 ก.พ. 2568 16:59 น.   
แบ่งปัน
สายการบินเอมิเรตส์เฉลิมฉลองการเปิดตัวห้องรับรองผู้โดยสารใหม่อย่างเป็นทางการ ณ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   
 
ห้องรับรองผู้โดยสารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และย้ายมาอยู่ในอาคารผู้โดยสาร SAT-1 ล่าสุดของสนามบินสุวรรณภูมิ
นี้ เป็นการยกระดับมาตรฐานการเดินทางระดับพรีเมียมสู่อีกขั้น ผ่านการมอบประสบการณ์ภาคพื้นดินที่เหนือระดับให้กับลูกค้าของสายการบิน ซึ่งสะท้อนถึงความหรูหราและสะดวกสบายที่ควบคู่กับการเดินทางกับสายการบินเอมิเรตส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
เอมิเรตส์ ทุ่มงบประมาณในการปรับปรุงกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างห้องรับรองผู้โดยสารแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว้างถึง 1,454 ตารางเมตร และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 250 คน พร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารระดับพรีเมียมที่เดินทางในเที่ยวบินแอร์บัส A380 พร้อมกันถึงสองเที่ยวบิน โดยการขยายพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้ห้องรับรองผู้โดยสารในกรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเป็นห้องรับรองผู้โดยสารนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเอมิเรตส์ รองจากฐานบินหลักในดูไบ
 
ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ รวมถึงสมาชิก Skywards* ของเอมิเรตส์ สามารถเพลิดเพลินไปกับการพักผ่อนก่อนการเดินทาง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอมิเรตส์ รายการอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์สุดหรู และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย นอกจากนั้นแล้วห้องรับรองผู้โดยสารแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอันครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ บริการ Wi-Fi ฟรี และเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น อาหารนานาชาติ รวมถึงขนมหวานสุดคลาสสิกของไทยไว้อย่างลงตัว
 
เอมิเรตส์เป็นหนึ่งในสายการบินแรกที่ย้ายห้องรับรองผู้โดยสารมาให้บริการในอาคาร SAT-1 เพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายแก่ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเที่ยวบินทั้ง 6 เที่ยวบินประจำวันจากกรุงเทพฯ สู่ดูไบ และฮ่องกง โดยห้องรับรองผู้โดยสารนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 4 ของอาคาร SAT-1 และใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีไปยังประตูขึ้นเครื่อง
 
นอกจากห้องรับรองผู้โดยสารในกรุงเทพฯ เอมิเรตส์ยังให้บริการห้องรับรองผู้โดยสารอีก 41 แห่งทั่วโลก โดย 7 แห่งตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติดูไบ และอีก 34 แห่งในจุดหมายปลายทางทั่วเครือข่ายสายการบิน นอกจากนี้ เอมิเรตส์ยังมอบสิทธิ์ให้ผู้โดยสารที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสารของพันธมิตรได้ในจุดหมายปลายทางที่กำหนด
 
เสริมความแข็งแกร่งให้การดำเนินการในประเทศไทย
 
ในปีนี้ เอมิเรตส์เตรียมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 35 ปีของการให้บริการในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สายการบินได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเติบโตของการท่องเที่ยวและธุรกิจให้กับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน เอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินระหว่างดูไบและกรุงเทพฯ วันละ 5 เที่ยวบิน โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส A380 และโบอิ้ง 777 ควบคู่กับเที่ยวบินไป-กลับ ภูเก็ต และ ดูไบ วันละ 2 เที่ยวบิน และเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังฮ่องกงวันละ 1 เที่ยวบิน
 
เอมิเรตส์เป็นสายการบินระหว่างประเทศที่ให้บริการเครื่องบินที่มีความจุผู้โดยสารมากที่สุดบนเส้นทางเข้าและออกจากกรุงเทพฯ โดยให้บริการที่นั่งชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจมากกว่า 870 ที่นั่งต่อวัน ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารระดับพรีเมียมที่ครอบคลุมนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของเอมิเรตส์ในฐานะสายการบินนานาชาติชั้นนำสำหรับการเดินที่เหนือกว่าระหว่างกรุงเทพฯ และจุดหมายปลายทางทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายพื้นที่ห้องรับรองผู้โดยสารภายในสนามบิน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเอมิเรตส์ในด้านจำนวนที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ ตอกย้ำถึงความนิยมในการเดินทางและความต้องการบริการระดับพรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้น
 
การเดินทางกับเอมิเรตส์มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการโดยสารบนเครื่องบิน โดยผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจสามารถใช้บริการรถรับ-ส่งสุดหรูได้ฟรี ครอบคลุมระยะทาง 60 กิโลเมตรจากสนามบินสุวรรณภูมิ** พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เช็กอินพิเศษ นอกจากนี้ บนเครื่องบินแอร์บัส A380 ของเอมิเรตส์ ผู้โดยสารระดับพรีเมียมจะได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นเลานจ์บนเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของสายการบิน ห้องโดยสารชั้นหนึ่งแบบส่วนตัว ห้องอาบน้ำสุดหรู และ ice ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ได้รับรางวัล ซึ่งมีช่องรายการให้เลือกมากกว่า 6,500 ช่องแบบออนดีมานด์
 
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดแคมเปญ “Wander in Style 2026” ชวนคุณออกไปช้อปในสไตล์ที่เป็นคุณ  จัดเต็มดีลพิเศษและ Cashback พร้อมเซอร์ไพรส์ “Exclusive Luxe Weekend 2026”  ตลอดมิถุนายนนี้! สำนักพิมพ์แม่บ้าน
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดแคมเปญ “Wander in Style 2026” ชวนคุณออกไปช้อปในสไตล์ที่เป็นคุณ จัดเต็มดีลพิเศษและ Cashback พร้อมเซอร์ไพรส์ “Exclusive Luxe Weekend 2026” ตลอดมิถุนายนนี้!
เตรียมแพ็คกระเป๋าความสุขแล้วออกสตาร์ทไปกับเส้นทางสายแฟชั่น! ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชวนเหล่านักช้อปมาเปลี่ยนทุกก้าวให้มีสไตล์ในแคมเปญ “Wander in Style 2026” พบกับโปรโมชันส่งท้ายหน้าร้อน ต้อนรับหน้าฝนและส่วนลด End of Season Sale สูงสุดถึง 80% พร้อมสิทธิพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พิเศษสุดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์กับ “Exclusive Luxe Weekend 2026” มอบความคุ้มค่าเหนือระดับให้สายลักชัวรีแฟชั่น รับฟรี Central Embassy Voucher พร้อมสิทธิพิเศษและ Cashback ตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้
โตชิบาแนะนำไมโครเวฟดิจิทัล 26 ลิตร ดีไซน์ไร้จานหมุน สำนักพิมพ์แม่บ้าน
โตชิบาแนะนำไมโครเวฟดิจิทัล 26 ลิตร ดีไซน์ไร้จานหมุน
โตชิบา แนะนำไมโครเวฟดิจิทัล รุ่น MV2-EG26PEI(BK) ความจุ 26 ลิตร ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบไร้จานหมุน (FLATBED) ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำอาหารได้มากยิ่งขึ้น รองรับภาชนะได้หลากหลายรูปทรง ทั้งยังช่วยให้ใช้งานและทำความสะอาดได้สะดวกยิ่งขึ้น ไมโครเวฟรุ่นนี้มาพร้อมระบบ ORIGIN INVERTER ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ ลดปัญหาอาหารร้อนด้านนอกแต่ยังเย็นด้านใน หรืออาหารแห้งจากความร้อนที่กระจุกตัว ทำให้ทุกเมนูสุกทั่วถึงและคงรสชาติได้ดียิ่งขึ้น
THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 เตรียมจัดยิ่งใหญ่ เต็มพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ  สำนักพิมพ์แม่บ้าน
THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 เตรียมจัดยิ่งใหญ่ เต็มพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผนึก หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) ประกาศความพร้อมจัด THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกลับมาอย่าง BIGGER - BETTER - BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น พร้อมดึงผู้ซื้อและผู้นำเข้าอาหารกว่า 130 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 130,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ พร้อมดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก