กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย พร้อมสู้โควิด-19 เดินหน้าผลิตและเตรียมส่งมอบหน้ากากแรงดันลบและบวกเพิ่ม 1,100 ชิ้น สวมเกราะให้บุคลากรทางการแพทย์ และป้องกันการแพร่เชื้อของผู้ป่วย

1    2,708    9    16 มิ.ย. 2564 15:43 น.   
แบ่งปัน

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย พร้อมสู้โควิด-19
เดินหน้าผลิตและเตรียมส่งมอบหน้ากากแรงดันลบและบวกเพิ่ม 1,100 ชิ้น
สวมเกราะให้บุคลากรทางการแพทย์ และป้องกันการแพร่เชื้อของผู้ป่วย

   กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือครั้งใหม่เพื่อเคียงข้างคนไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นและขยายเป็นวงกว้างในปัจจุบัน โดยเร่งผลิตนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,100 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นโดยทีมวิศวกรจิตอาสาของฮอนด้า เพื่อเป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งช่วยป้องกันผู้ป่วยในการแพร่กระจายเชื้อ โดยเริ่มผลิตแล้ว
ณ โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า จ.อยุธยา และจะทยอยส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อกระจายไปยังโรงพยาบาลรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2564

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “ในวันนี้ คนไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง กองทุนฮอนด้าฯ จึงได้เร่งผลิตนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและบวกเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,100 ชิ้น หลังจากในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ได้ผลิตและกระจายการส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไปแล้วทั้งหมด 1,000 ชิ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงสามารถนำมาใช้กับผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย สำหรับครั้งนี้ เราจะทยอยส่งมอบได้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ให้กับกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเร่งจัดสรร ให้กับโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ รวมถึงมอบให้กับกรมราชทัณฑ์ ในนามตัวแทนของกองทุนฮอนด้าฯ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย รวมถึงคนไทยทุกคน ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้ในเร็ววัน”

ด้าน พ.ญ. ณัฏฐาพร หะรังศรี วิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลระนอง กล่าวถึงประสบการณ์การใช้นวัตกรรมหน้ากากแรงดันบวกและแรงดันลบของกองทุนฮอนด้าฯ ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ว่า “จุดเด่นของนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก คือเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลทางการแพทย์ ซึ่งสามารถปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบ คือ แรงดันลบ ใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 และแรงดันบวก ใช้เพื่อป้องกันและช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์หายใจสะดวก หน้ากาก มีน้ำหนักเบา ใส่สบายไม่แนบหน้าเกินไป ที่สำคัญคือสามารถปรับระดับลมได้ ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทและช่วยลดการเกิดฝ้าบนหน้ากากขณะอากาศร้อน จึงทำให้สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยได้นานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผ่าตัดหรือการใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะไอ ทำให้เชื้อที่อยู่ในระบบทางเดินหายใจกระจายเยอะขึ้น ซึ่งขณะนี้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลทางการแพทย์ยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก”

สำหรับนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกซึ่งผลิตขึ้นโดยทีมวิศวกรฮอนด้า ผ่านการทดสอบมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกอบด้วยตัวหน้ากาก ท่ออากาศ และเครื่องกรองอากาศ สามารถปรับการทำงานเป็นหน้ากากแรงดันบวกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และหน้ากากแรงดันลบสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกองทุนฮอนด้าฯ ได้กระจายการส่งมอบจำนวน 1,000 ชิ้น ไปยังโรงพยาบาล 77 จังหวัดทั่วประเทศ และได้เร่งผลิตเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,100 ชิ้น รวมการผลิตทั้งหมด 2,100 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยครั้งนี้จะมอบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อกระจายไปยังโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงกรมราชทัณฑ์

นับตั้งแต่ปี 2563 ที่สังคมไทยได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน กองทุนฮอนด้าฯ ได้ร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมงบประมาณกว่า 122 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินสมทบจากการซื้อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของลูกค้าทุกท่าน เราพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือสังคมไทยเพื่อที่จะก้าวพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง