ซีพีเอฟ เพิ่มการผลิตไข่ไก่ Cage Free ตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพและ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

1    2,737    9    27 ต.ค. 2564 16:19 น.   
แบ่งปัน

ซีพีเอฟ  เพิ่มการผลิตไข่ไก่ Cage Free ตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพและ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

   บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน เดินหน้าเพิ่มผลผลิตไข่ไก่ Cage Free จำนวน 16 ล้านฟองในปีนี้ เพื่อส่งต่ออาหารคุณภาพดี ปลอดสารพิษ ยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
 
นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการบริโภคที่ใส่ใจต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ยั่งยืนมาโดยตลอด สำหรับ กระบวนการผลิตไข่ไก่ ซีพีเอฟนำร่องพัฒนาฟาร์มวังสมบูรณ์ จ.สระบุรี สู่ระบบการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระในโรงเรือนระบบปิด (Cage Free) ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา เพื่อผลิตไข่ไก่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงจากธรรมชาติ 100% ยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง  และเป็นฟาร์มแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage Free) ของกรมปศุสัตว์เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา และมีแผนจะเพิ่มผลผลิตในแต่ละปี 30%  ซึ่งในปีนี้คาดว่าผลผลิตจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 16 ล้านฟอง

“กระบวนการผลิตไก่ไข่ Cage Free ของซีพีเอฟ เป็นผลิตภัณฑ์ไข่ไก่คุณภาพดี ปลอดภัย ปลอดยาปฏิชีวนะ สอดคล้องกับกลยุทธ์ 2030 "Sustainability in Action" ตามเสาหลัก "ด้านอาหารมั่นคง" ที่ใส่ใจกระบวนการเลี้ยงสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ควบคู่กับนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ในการจัดการฟาร์ม พัฒนาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” นายสมคิดกล่าว

ฟาร์มวังสมบูรณ์โรงเรือนระบบปิดขนาดใหญ่ แม่ไก่ไข่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ในสภาพแวดล้อมที่จัดการให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ เช่น มีคอนสำหรับเกาะพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 15 เซนติเมตร/ตัว มีวัสดุปูรองพื้นเพื่อใช้สำหรับคุ้ยเขี่ยและไซร้ขนทำความสะอาดตัวเอง มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มตามแนวทาง Biosecurity Hi-tech Farming และนำระบบ      ดิจิทัลช่วยควบคุมการผลิตอัตโนมัติ และสภาพแวดล้อมในฟาร์มส่งผลให้แม่ไก่ไข่อยู่สบาย มีความสุข อารมณ์ดี แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการผลิตไข่ไก่ Cage Free ด้วยความเอาใจใส่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การใช้ แม่ไก่ไข่สายพันธุ์พิเศษ รวมถึงพัฒนาสูตรอาหารผลิตจากธัญพืช 100%  ช่วยให้ไก่ที่มีสุขภาพพื้นฐานดี สามารถเติบโตตามศักยภาพของพันธุกรรมธรรมชาติ และกระบวนคัดและทำความสะอาดไข่ไก่ตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย  ส่งผลให้ไข่ไก่เคจฟรีมีความสดกว่าไข่ไก่ทั่วไป ไม่มีกลิ่นคาว ไข่แดงมีสีส้มสด นูนสวย โดยซีพีเอฟ ใช้เครื่อง Freshness test เพื่อการันตีค่าความสดใหม่ของไข่ไก่ Cage Free ทุกฟองก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค

ซีพีเอฟ ได้นำระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าแบบดิจิทัล มาใช้กับผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ Cage Free โดยการพิมพ์สีที่ปลอดภัยบนเปลือกไข่เพื่อระบุถึงฟาร์มผลิต เพิ่มเพิ่มความมั่นใจในความแม่นยำ และโปร่งใสของการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เคจฟรีให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

นอกจากการส่งมอบ ไข่ไก่ Cage Free คุณภาพดี  สด ปลอดภัย แล้ว  ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้ถาดไข่ไก่ที่มาจากกระดาษรีไซเคิล 100% เพื่อยกระดับห่วงโซ่การผลิตอาหารสู่มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของเชฟและธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของไทย อย่างร้าน โมโม พาราไดซ์ โรงแรมระดับห้าดาว ครัวเจ้ไฝ รวมถึงวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตแถวหน้าหลายแห่งอีกด้วย
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง