ยูนิเซฟประกาศระดมทุนเร่งด่วนจำนวน 21,100 ล้านบาททั่วโลก สามารถร่วมบริจาคได้ที่ http://www.unicef.or.th/th/covid19

1    1,985    9    9 เม.ย. 2563 11:56 น.   
แบ่งปัน

ยูนิเซฟประกาศระดมทุนเร่งด่วนจำนวน 21,100 ล้านบาททั่วโลก
สามารถร่วมบริจาคได้ที่
http://www.unicef.or.th/th/covid19

   วันนี้ นางเฮนเรียตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การยูนิเซฟ ได้แถลงถึงสถานการณ์และความจำเป็นเร่งด่วนต่อการร่วมมือจัดทำแผนรับมือด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติว่า ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน โรคโควิด-19 ได้ทำให้เด็ก ๆ ทั่วโลก ต้องตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบาก เด็กหลายร้อยล้านคนต้องขาดช่วงทางการศึกษาจากการปิดโรงเรียน พ่อแม่และผู้ปกครองหลายครอบครัวต้องสูญเสียงานและรายได้ และพื้นที่ชายแดนต่างถูกปิด

“เด็ก ๆ ต้องกลายเป็นเหยื่อที่มองไม่เห็นของสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ ยูนิเซฟรู้สึกกังวลถึงผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ พัฒนาการและอนาคตของพวกเขา

เรากังวลกับการที่เด็ก ๆ จำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำและสุขอนามัย ทุกท่านคงทราบดีว่าการล้างมือด้วยสบู่เป็นวิธีที่สำคัญมากในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ถึงอย่างนั้น ประชากรทั่วโลกถึงร้อยละ 40 หรือราว 3 พันล้านคน ยังไม่มีที่ล้างมือ ไม่มีน้ำและสบู่ที่บ้าน ยิ่งไปกว่านั้น สถานพยาบาลทั่วโลกถึงร้อยละ 16 หรือทุก ๆ 1 ใน 6 แห่ง ยังขาดบริการด้านสุขอนามัย ในขณะที่ สถานศึกษากว่า 1 ใน 3 ของโลก และโรงเรียนในประเทศด้อยพัฒนาจำนวนครึ่งหนึ่ง ไม่มีพื้นที่ให้เด็ก ๆ ล้างมือ

 

ยูนิเซฟรู้สึกกังวลเรื่องการศึกษาของเด็ก เด็กทั่วโลกกว่าครึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียนในอย่างน้อย 120 ประเทศ เราหวังว่าพวกเขาจะสามารถกลับไปเริ่มเรียนได้อย่างเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม เรารู้ดีว่าในกลุ่มเด็กที่เปราะบาง ยิ่งพวกเขาขาดเรียนนานขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้กลับมาเรียนต่อก็ยิ่งน้อยลง

การหยุดเรียนไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ แต่ยังทำให้เด็ก ๆ ไม่ได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ขาดน้ำสะอาด ไม่ได้รับการดูแลทางสุขภาพและข้อมูลที่ถูกต้อง นั่นคือสาเหตุที่ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละประเทศ เพื่อหาทางเลือกอื่น ๆ เช่น ห้องเรียนออนไลน์ หรือการเรียนผ่านคลื่นวิทยุและโทรทัศน์

เรายังได้ร่วมมือกับทางองค์การอนามัยโลก (WHO) และสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ออกคู่มือแนะนำให้พ่อแม่ คุณครู ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคคลทั่วไป เพื่อช่วยให้เด็กปลอดภัยและสามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในภาวะเช่นนี้

เรากังวลด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก ข้อมูลจากสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าเด็กต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นจากการแสวงประโยชน์ ความรุนแรง และการล่วงละเมิด ในช่วงที่มีการปิดโรงเรียน ครอบครัวขาดรายได้ และไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การปิดโรงเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบล่าในทวีปแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี พ.ศ. 2557-2559 ส่งผลให้อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การใช้แรงงานเด็ก การทอดทิ้ง และการล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มสูงขึ้นมาก

เรากังวลเรื่องการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานของเด็ก ทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันโรค และการรักษาโรคอื่น ๆ ในเด็ก  เราไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กโรคโควิด-19 หนึ่งคน แล้วต้องปล่อยให้เด็กหลายคนต้องเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ โรคหัด และอหิวาตกโรคได้
 

สุขภาพจิตของเด็กในช่วงเวลานี้ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เรากังวล เด็กและเยาวชนกำลังถูกพรากช่วงเวลาที่ดีที่สุดไปจากชีวิต เช่น การคุยเล่นกับเพื่อน การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และการเล่นกีฬา ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความเครียดในเด็กและอาจส่งผลต่อการแปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม เราได้รวบรวมคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ คุณครู เด็ก และเยาวชนเพื่อเป็นแนวทางช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ไปให้ได้ เราตระหนักดีว่าโรคซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบต่อ 1 ใน 3 ของประชากรในปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน เรายังเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อเด็กอีกหลายล้านคนที่ต้องเดินทางอพยพย้ายถิ่นหรือต้องอยู่ท่ามกลางความสงครามความขัดแย้ง สำหรับพวกเขาแล้ว การแพร่ระบาดใหญ่จะยิ่งทำให้สถานการณ์ของพวกเขาเลวร้ายแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  เด็กกลุ่มนี้ต้องอยู่ในพื้นที่แออัด บ่อยครั้งก็อยู่ในเขตสู้รบที่สถานพยาบาลมีจำกัดหรือไม่มีเลย บางครอบครัวที่มีสมาชิก 6-12 คน ต้องอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน การกักตัวเองและการล้างมือด้วยสบู่จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น

การจัดหาเงินสนับสนุนแผนการรับมือด้านมนุษยธรรมระดับโลกต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ยูนิเซฟกำลังระดมเงินบริจาคเป็นจำนวน 651.6 ล้านเหรียญ (21,000 ล้านบาท) เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โดยจะใช้เงินจำนวน 405 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (13,000 ล้านบาท) ดำเนินงานในประเทศที่ประสบกับภัยพิบัติหรือสงครามอยู่ก่อนแล้ว และอีก 204 .6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,700 ล้านบาท) ดำเนินงานในประเทศอื่น ๆ

การสนับสนุนจากประชาคมโลกครั้งนี้ จะช่วยให้เราสามารถร่วมกันรับมือกับการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศที่ระบบสาธารณสุขอ่อนแอ เราจะสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการล้างมือที่ถูกวิธีและบริการด้านสุขอนามัยมากขึ้น เราจะสามารถขยายองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อลดการแพร่ระบาดในชุมชนต่าง ๆ และส่งสิ่งของจำเป็น เช่น ชุดป้องกันเชื้อ หน้ากากอนามัย แว่นตา และถุงมือ เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติงาน นอกจากนี้ เราจะสามารถดำเนินงานร่วมกับรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมบริการคุ้มครองเด็ก การเยียวยาจิตใจ และจัดการเรียนทางไกลให้แก่เด็กทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง