Work from home หนีโควิด ก็สุขภาพดีด้วยวิตามินจากผักผลไม้ได้ไม่ยาก

1    2,294    9    4 พ.ค. 2563 17:06 น.   
แบ่งปัน

Work from home หนีโควิด ก็สุขภาพดีด้วยวิตามินจากผักผลไม้ได้ไม่ยาก

   จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่ทำให้เราต้อง work from home เพื่อหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านให้มากที่สุด การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรใส่ใจ วิธีที่ง่ายที่สุดนั้นคือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะวิตามินจากผักผลไม้ที่จะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายห่างไกลจากไวรัสได้ แต่การกักตุนผักผลผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบที่เน่าเสียได้ง่ายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับมาฝากสำหรับใครที่กำลังกักตัวอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนแต่ก็อยากทานผักผลไม้ที่สดใหม่และได้รับวิตามินสูงมาฝาก สิ่งแรกที่เราควรรู้ คือ ผักผลไม้แต่ละชนิดสามารถเก็บได้นานกี่วัน เพื่อที่จะบริโภคได้ทันก่อนจะเน่าเสีย ที่สำคัญควรเก็บแยกเป็นชนิดๆ เพื่อยืดอายุผักผลไม้ให้นานขึ้น และคงวิตามินที่ร่างกายต้องการให้ได้นานที่สุด โดยผักผลไม้จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ตามอายุการเน่าเสีย ดังนี้

•    ผักผลไม้ที่เหี่ยวเน่าง่ายที่สุด ควรบริโภคภายใน 1-3 วัน ได้แก่ ผักชี ผักบุ้ง ผักกาดหอม ปวยเล้ง แตงกวา ผักโขม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กล้วย อะโวคาโดสุก ข้าวโพดสุก 
•    ผักผลไม้ที่เก็บได้ในระยะเวลาจำกัด ประมาณ 5-7 วัน ได้แก่ ผักกาด ผักคะน้า มะเขือเทศ แครอท  
สับปะรดแอปเปิล ฝรั่ง 
•    ผักผลไม้ที่เก็บได้นานกว่าชนิดอื่นๆ ได้แก่ ผักตระกูลฟัก เผือก หรือมัน  ที่หากยังไม่ถูกใช้สามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือน เลยทีเดียว

รู้อย่างนี้แล้ว เรามาเปลี่ยนผักผลไม้ที่เน่าเสียง่ายที่สุดมาเป็น เมนูที่ทำได้ง่ายๆ สำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพด้วยเมนูเฮลท์ตี้ ที่ทุกคนสามารถลองทำทานเองได้ในช่วงกักตัวอยู่ที่บ้านกันเถอะ

1.    เมนูสมูทตี้โบวล์โรยเมล็ดเจียและกราโนล่า 
เมนูง่ายๆที่นำผักผลไม้ มาจับคู่กันเพื่อสร้างรสชาติอร่อยตามใจ ไม่ว่าจะเป็น สมูทตี้ผักโขมและกล้วย ผักโขมกับสับปะรด หรือจะเป็นสมูทตี้ผักรวมบีบมะนาวเล็กน้อยเพิ่มรสชาติ เติมนมหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย และน้ำแข็ง 1 ส่วน ปั่นให้เข้ากัน เทใส่แก้วแล้วโรยด้วยกราโนล่า เมล็ดเจียหรือธัญพืชที่ชอบ เท่านี้ก็สามารถทานเป็นมื้อเช้า หรือไว้เติมความสดชื่นยามบ่ายได้เลย
2.    สลัดทูน่า ไข่ต้มออนเซ็น ซอสญี่ปุ่น
ทูน่ากระป๋องเป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนมักมีติดบ้าน สำหรับสลัดทูน่านั้น เพียงเลือกผักที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดหอม ผักสลัด แตงกวา มะเขือเทศ ข้าวโพด หรือผลไม้อื่นๆ ใส่ลงในจาน ตามด้วยทูน่ากระป๋อง เทน้ำสลัดญี่ปุ่นที่แคลอรี่ต่ำคนให้เข้ากัน จากนั้นวางไข่ออนเซ็นที่ต้มไว้วางไว้ข้างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูพร้อมทานที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนและวิตามิน ดีต่อสุขภาพ แถมไม่ทำร้ายน้ำหนักอีกด้วย
3.    อกไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน
ถือว่าเป็นอีกเมนูที่ทำง่ายมาก เริ่มจากนำอกไก่ที่หั่นไว้พอดีคำมาผัดกับกระเทียมให้หอม พอไก่ใกล้สุก นำพริกหวาน แตงกวา หอมใหญ่ ลงไปผัด ปรุงด้วยซอสมะเขือเทศ เติมน้ำเปล่าๆเล็กน้อย จากนั้นเติมรสชาติเปรี้ยวหวานด้วยสับปะรด นำลงไปผัดให้เข้ากัน เมื่อเนื้อไก่สุกดีแล้วก็เทใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆได้เลย

นอกจากวิธีบริหารจัดการผักผลไม้ในตู้เย็นที่เราเสนอไป ปัจจุบันตู้เย็นยังมีส่วนช่วยในการรักษาวิตามิน อย่างเทคโนโลยี HarvestFresh ในตู้เย็น Beko ช่วยคงคุณค่าวิตามินเอและซีมากกว่าเดิมถึง 40% และตู้เย็น Beko ยังมาพร้อมด้วยเทคโนโลยี Everfresh+ ที่ช่วยควบคุมความชื้นของผัก-ผลไม้ช่วยรักษาความสดของผัก-ผลไม้ได้นานสูงสุดถึง 30 วัน เพียงเท่านี้เราก็สามารถกินผักผลไม้ที่เปี่ยมวิตามินที่ดีต่อสุขภาพเหมาะกับการดูแลตัวเองช่วง work from home ได้ง่ายๆ แล้ว ส่วนใครชอบเมนูไหนก็ลองเลือกมาทำดูนะ
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง