เนสเพรสโซ เดินหน้าลุยเส้นทางการรีไซเคิลจับมืออินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าเพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วในปีนี้

0    111    0    8 ธ.ค. 2568 15:49 น.   
แบ่งปัน

Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าตอกย้ำแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ดึงอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมร่วมโปรโมต ‘ความยั่งยืน (Sustainability)’ ในประเทศไทยให้จับต้องได้มากยิ่งขึ้น ผ่านโมเดลรีไซเคิลแคปซูลอะลูมิเนียมและกากกาแฟ พร้อมตั้งเป้าผลักดันอัตราการส่งคืนแคปซูลภายในปี 2568 นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หยั่งรากลึกอยู่ในทุกขั้นตอนของการเดินทาง ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ สู่แคปซูลกาแฟที่คุณดื่มทุกวัน ต่อยอดไปจนถึงกระบวนการ Second Life[1]

เนสเพรสโซประเทศไทย เปิดประตูให้ผู้รักการดื่มกาแฟได้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านแนวทางของ 'การหมุนเวียน (Circularity)' เช่นเดียวกับตลาดทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้บริโภคในการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว ควบคู่กับการต่อยอดความร่วมมือไปยังพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ผู้นำการจัดการขยะของไทยตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้มั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้นที่ลูกค้าได้ดื่มจะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง

โดยหนึ่งกิจกรรมหลักในแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ครั้งนี้ ทางเนสเพรสโซประเทศไทย ได้ร่วมเดินทางไปกับ เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ในฐานะ Friend of Nespresso เพื่อสัมผัสการเดินทางของแคปซูลกาแฟใช้แล้วในทุกกระบวนการ และเชิญชวนทุกคนมาคืนแคปซูลเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เพื่อโลก ไปพร้อมกัน

 
เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ร่วมเดินทางสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนของแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซ ​
ณ วงษ์พาณิชย์ จังหวัดพิษณุโลก

อะลูมิเนียมที่แยกออกมาจากกระบวนการรีไซเคิลจะถูกหลอมใหม่เป็นแท่งโลหะ (ingot) ซึ่งจะนำไปหลอมเป็นสิ่งใหม่ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ กากกาแฟที่ใช้แล้วยังถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย เพื่อนำส่งต่อให้เกษตรกรที่ทำไร่ในจังหวัดพิษณุโลกนำไปใช้บำรุงดินและเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่สดใหม่ ช่วยเสริมรายได้ชุมชน และทำให้ผลผลิตกลับไปสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่มีคุณค่ามากขึ้นสะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เนสเพรสโซยังเดินหน้า ‘Second Life Project’ ระดับโลก ร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Caran d'Ache, Victorinox และ Vélosophy สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากอะลูมิเนียมแคปซูลใช้แล้ว เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซต่อระบบหมุนเวียน

การตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการรีไซเคิลแคปซูลอย่างชัดเจน พร้อมกับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในทุกมิติของเนสเพรสโซ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดพรีเมียมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) มากขึ้น

ภายใต้แคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เนสเพรสโซเชิญทุกท่านร่วม ‘เปลี่ยนกาแฟทุกแก้วให้มีคุณค่าเพียงแค่ร่วมส่งคืนแคปซูลใช้แล้วหลังจากดื่มกาแฟแก้วโปรดผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เนสเพรสโซบูติก พนักงานจัดส่งสินค้า และไปรษณีย์ไทย ก็สามารถสร้างคุณค่า สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ยั่งยืน ทั้งนี้ยังมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลแคปซูล (Recycling Rate) ในประเทศไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศต่อไป
 
[1] แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนของเนสเพรสโซ ที่นำแคปซูลกาแฟใช้แล้วกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับกาแฟแต่ละแก้วอย่างสร้างสรรค์
 
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ททท. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวปฐมฤกษ์ “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู-    คลองโอ่งอ่าง ชูอัตลักษณ์วิถีคลองเมืองเก่า สู่ย่านสร้างสรรค์ระดับโลก ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026)  สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ททท. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวปฐมฤกษ์ “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู- คลองโอ่งอ่าง ชูอัตลักษณ์วิถีคลองเมืองเก่า สู่ย่านสร้างสรรค์ระดับโลก ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026)
วันที่ 26 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวปฐมฤกษ์ “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู-คลองโอ่งอ่าง ณ พิพิธบางลำพู กรุงเทพมหานคร เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวทางคูคลอง ที่นำเสนอวิถีชีวิตวัฒนธรรมของผู้คนริมสองฝั่งคลอง สอดรับกับโครงการพัฒนาคูคลองตามแนวพระราชดำริ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มุ่งฟื้นฟูวิถีชีวิตริมน้ำและยกระดับสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร