โออาร์ ยืนหนึ่ง ก๊าซหุงต้ม ตอกย้ำด้วยแคมเปญ “ดีต่อใจ” ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

1    1,280    9    24 ส.ค. 2563 15:43 น.   
แบ่งปัน

โออาร์ ยืนหนึ่ง ก๊าซหุงต้ม ตอกย้ำด้วยแคมเปญ “ดีต่อใจ” ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

   บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ประกาศจุดยืนเบอร์หนึ่งก๊าซหุงต้มของประเทศ ในฐานะผู้นำตลาดการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับภาคครัวเรือนภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. และก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับภาคอุตสาหกรรมมายาวนานมากกว่า 26 ปี  พร้อมส่งแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ดีต่อใจ” ภายใต้ภาพลักษณ์ก๊าซหุงต้มที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ส่งต่อถึงมือผู้บริโภค ตอกย้ำความเป็นก๊าซหุงต้มคู่ครัวไทย “ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท.”

นายสุนทร เชื้อสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า “โออาร์ เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ก๊าซหุงต้ม ปตท. ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531ด้วยภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย โดย ณ 30 มิถุนายน 2563  โออาร์ มีโรงบรรจุก๊าซที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยอยู่กว่า 180 แห่ง และมีร้านค้าก๊าซหุงต้ม ปตท. ในเครือข่ายกว่า 1,000 ร้านทั่วประเทศ  นอกจากนี้ โออาร์ ยังมีถังก๊าซให้เลือกใช้ถึง 4 ขนาด คือ 4 กิโลกรัม 7 กิโลกรัม 15 กิโลกรัม และ 48 กิโลกรัม ที่สามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่ภายในครัวเรือน จนถึงระดับร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งถังก๊าซทุกถังได้ผ่านมาตรฐาน 6 ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพความปลอดภัย ของ ก๊าซหุงต้ม ปตท. ก่อนส่งต่อถึงมือผู้บริโภค

โดยล่าสุด โออาร์ ได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “ดีต่อใจ” ภาพยนตร์โฆษณาความยาว 30 วินาที เน้นการสื่อสารสู่ผู้บริโภคให้นึกถึงแบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. ด้วยประโยคติดหู “ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท.” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำก๊าซหุงต้มที่มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย ใส่ใจทุกขั้นตอน ก่อนส่งต่อถึงมือผู้บริโภค พร้อมอยู่เคียงข้างผู้บริโภคตลอดมา โออาร์ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง จึงกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย 6 ขั้นตอน เพื่อควบคุมทุกขั้นตอนในกระบวนการบรรจุน้ำก๊าซ ตั้งแต่การเช็คสภาพถังก๊าซให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีเครื่องหมาย มอก. ประทับอยู่บนตัวถังก๊าซ โดยระบุวันหมดอายุ พร้อมทั้ง เดือนและปีของการทดสอบถังก๊าซครั้งล่าสุด ซึ่งจะต้องไม่เกิน 5 ปี และจะต้องมีข้อความระบุน้ำหนักบรรจุอย่างชัดเจน ซึ่งถังก๊าซที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะถูกคัดแยกเพื่อนำไปซ่อม หรือทำลาย
 

ถังที่ผ่านมาตรฐานจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาด ก่อนนำไปบรรจุก๊าซ โดยนำถังก๊าซขึ้นวางบนเครื่องบรรจุก๊าซ ชั่งน้ำหนักถังเปล่าก่อนบรรจุด้วยเครื่องชั่งที่มีความเที่ยงตรง ตั้งปริมาณน้ำก๊าซที่ต้องการบรรจุให้ตรงกับขนาดถัง ติดตั้งชุดหัวจ่ายและเริ่มบรรจุน้ำก๊าซ จากนั้นถังก๊าซจะถูกลำเลียงไปที่เครื่องชั่งน้ำหนักอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบให้น้ำหนักตรงตามมาตรฐาน โดยชั่งน้ำหนักถังก๊าซที่รวมน้ำก๊าซ หากน้ำหนักขาดหรือเกินมากกว่ามาตรฐานที่กำหนด จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเติมหรือดูดน้ำก๊าซ และนำกลับมาชั่งน้ำหนักใหม่อีกครั้ง จากนั้นถังก๊าซที่บรรจุแล้วจะถูกตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง โดยทุกถังจะผ่านการตรวจสอบรอยรั่วซึมของตัวถังก๊าซ วาล์ว เกลียววาล์ว ด้วยการจุ่มน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 25 วินาที หากพบรอยรั่ว จะถูกคัดแยกออกทันที ปิดท้ายด้วยการซีลวาล์ว และการผนึกซีลสติกเกอร์ QC PASSED ระบุชื่อคลัง และวันที่ที่บรรจุ พร้อมตรวจสอบความติดแน่นของซีลเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนส่งมอบให้ร้านค้าก๊าซ เพื่อส่งต่อถึงผู้บริโภค ก๊าซหุงต้ม ปตท. จะยังคงพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุดเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้บริโภคทุกท่าน”
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง