5 เมนูเสริมธาตุเหล็ก เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้วันนั้นของเดือน

แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
922    1    0    21 มี.ค. 2563 11:30 น.
แบ่งปัน
       ผู้หญิงเราพอเริ่มมีวันนั้นของเดือนมักมีอาการวูบอยู่บ่อย ๆ สาเหตุหลักนอกจากการพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการขาดธาตุเหล็กด้วยเช่นกัน เชื่อหรือเปล่าว่าภาวะขาดธาตุเหล็กสามารถเกิดขึ้นได้มากพอ ๆ กับโรคฮิตประเภทอื่น ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเราเท่านั้น แต่รวมถึงคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรต้องเติมธาตุเหล็กให้เพียงพอต่อความต้องการร่างกาย โดยผู้หญิงในวัย 15-50 ปี ควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับธาตุเหล็กให้ได้วันละ 10 มิลลิกรัมก็เพียงพอแล้ว

สำหรับผู้ที่ส่งสัยว่าเราขาดธาตุเหล็กหรือยัง ให้เช็คอาการง่าย ๆ จากสัญญาณเตือนของร่างกายดังนี้
  1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะความรู้สึกเหมือนหมดแรง เหนื่อยใจ ไม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
  2. ลิ้นบวม ตุ่มบริเวณลิ้นหายไป ลิ้นเกลี้ยงเกลามากขึ้น แต่อาจทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก แปรงฟันลำบาก หรือหากลิ้นบวมหนักมากอาจพูดไม่ชัดได้
  3. ประสิทธิภาพของสมองลดลง เนื่องจากออกซิเจนในเลือดน้อยเพราภาวะขาดธาตุเหล็ก
  4. ตัวซีด เปลือกตาด้านในซีด บ่งบอกสภาวะโลหิตจาง
  5. ริมฝีปากแห้งแตก โดยเฉพาะบริเวณมุมปาก และอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย จนบางทีไม่สามารถอ้าปากกว้าง ๆ ได้ มีความลำบากในเวลากินอาหาร ตอนยิ้ม หรือแม้กระทั่งตอนเปล่งเสียง
  6. หน้ามืด วิงเวียน โดยเฉพาะเมื่อเดินขึ้นบันได ขึ้นลิฟต์
  7. หายใจติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก
  8. ปวดศีรษะ หนัก ๆ หัว เหมือนสมองไม่โปร่งใส
  9. ใจสั่นได้ง่าย แม้จะแค่เดินในระยะใกล้ หรือวิ่งระยะสั้น ๆ
สำหรับอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตับ เลือด อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ม้าม และไข่แดง เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กในรูปแบบสารประกอบฮีม (Heme Iron) ที่ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี แนะนำให้กินอาหารในกลุ่มนี้เพื่อช่วยบำรุงเลือด โดยเฉพาะเนื้อแดงเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สามารถหาซื้อได้ง่าย รวมถึงนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด สำหรับกลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็สามารถเพิ่มธาตุเหล็กได้จาก ธัญพืช แป้ง ผักสีเขียวเข้ม อัลมอนด์ ซีเรียล ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วดำ และจมูกข้าวสาลี แนะนำให้กินพร้อมกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะละกอ ส้ม และมะนาว ฯลฯ เพื่อให้การดูดซึมสารดังกล่าวทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นการกินกระเทียม พริก และขมิ้น ในปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นด้วย
 

ตับหมูผัดถั่วลูกไก่

 
ส่วนผสม  
ตับหมูหั่นชิ้น 200 กรัม
หัวไหล่หมูหั่นชิ้น 150 กรัม
ใบกระวาน 4 ใบ
พริกหวานสีแดง สีเหลือง สีเขียวหั่นชิ้น 100 กรัม
ถั่วลูกไก่แช่น้ำให้นุ่มต้มสุก 100 กรัม
กระเทียมทุบพอแตก 4 กลีบ
ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
หอมหัวใหญ่หั่นชิ้น  1 หัว
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำบดหยาบ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์แดง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช  

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ พอร้อน ใส่ตับหมูลงผัดพอเซ็ตตัว ใส่ผงกระเทียม ผัดจนตับหมูสุกตักขึ้น
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชอีก 1 ช้อนโต๊ะ พอร้อน ใส่กระเทียม หอมหัวใหญ่ ผัดจนสุกมีลักษณะใส  ใส่พริกไทยดำ ผัดให้เข้ากัน
3. ใส่เนื้อหมูผัดจนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใส่ใบกระวาน ผัดให้หอม ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำตาลทราย  เกลือป่น เติมน้ำซุป พอเดือดเบาไฟ เคี่ยวประมาณ 30 นาที หรือจนหมูนุ่ม
4. ใส่น้ำส้มสายชู  ตับหมูที่ผัดไว้ ถั่วลูกไก่ พริกหวาน  เคี่ยวต่อสักครู่ ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
 

ข้าวหน้าไข่ตำลึงหมูกระเทียม

 
ส่วนผสม  
ไข่ไก่ 3 ฟอง
ตำลึงเด็ดใบอ่อนลวกสุก 50 กรัม
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 
ข้าวสวย  

วิธีทำ
1. ตอกไข่ไก่ใส่ภาชนะ ตีพอแตก ใส่ตำลึง และน้ำปลา คนให้เข้ากัน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอเริ่มร้อน (ไม่ร้อนมาก)
3. ใส่ส่วนผสมไข่ พอเริ่มเซ็ตตัว ใช้ตะเกียบหนีบจากขอบทั้ง 2 ด้าน เข้ามาตรงกลางกระทะ ค่อย ๆวนไข่เป็นเกลียว
4. ตักข้าวใส่ภาชนะให้เป็นทรงโดม ใส่ไข่ที่เตรียมไว้ ตามด้วยหมูกระเทียม จัดเสิร์ฟ
 
ส่วนผสมหมูกระเทียม  
หมูสับ 150 กรัม
ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 /2 ช้อนชา 
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น  1/8 ช้อนชา
ซีอิ๊วดำเค็ม 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพออร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอเหลือง ใส่หมูสับ ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย แต่งสีด้วยซีอิ๊วดำเค็ม ผัดให้เข้ากัน
2. ผัดต่อพอแห้ง โรยพริกไทยป่น ตักใส่ภาชนะ
 

ไข่ทอดผัดมะเขือเทศ 3 รส
 
 
 
ส่วนผสม  
ไข่เป็ดต้มยางมะตูม 4 ฟอง
เนื้อมะเขือเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 50 กรัม
พริกชี้ฟ้าสีแดง สีเหลืองสับ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสีแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 50 กรัม
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีเด็ดเป็นช่อ  
น้ำมันพืชสำหรับทอด  

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่ไข่เป็ดลงทอดพอเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอหอม ใส่พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู ผัดพอหอม ใส่เนื้อมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น เคี่ยวพองวด ใส่น้ำมะนาว ผัดให้เข้ากัน
4. ผ่าไข่เป็ด เรียงใส่ภาชนะ ราดส่วนผสมข้อที่ 3 ตกแต่งด้วยผักชีจัดเสิร์ฟ
 

ปลาแซลมอนซอสธัญพืช

 
ส่วนผสม  
เนื้อปลาแซลมอน 150 กรัม
เต้าหู้คินุหั่นชิ้น 100 กรัม
ใบผักโขมสด 1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 1/2 ถ้วยตวง
กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบ
อัลมอนด์แช่น้ำอุ่นแกะเปลือกออก 1/4 ถ้วยตวง
มะเขือเทศราชินี 5 ลูก
ปาปริก้า 1/4 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนชา
กะทิธัญพืช 200 กรัม
น้ำซุปไก่ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ  
พริกไทยดำบดหยาบ  
น้ำมันมะกอกสำหรับกริลล์เล็กน้อย  
พาร์สเลย์สำหรับตกแต่ง  
       
วิธีทำ
1. โรยเกลือป่น และพริกไทยดำลงบนปลาแซลมอน และเต้าหู้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อยพอร้อน ใส่ปลาแซลมอน และเต้าหู้ลงกริลล์จนสุกเหลืองทุกด้านตักขึ้น
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกพอร้อน ใส่กระเทียม และหอมแดงลงผัดจนสุก ใส่ปาปริก้า ผัดให้เข้ากัน
4. ใส่แป้งสาลี ผัดจนแป้งสุก เติมกะทิธัญพืช และน้ำซุปไก่ คนจนแป้งละลาย ใส่อัลมอนด์ เคี่ยวจนสุก  ใส่ผักโขม และมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยดำ คนให้เข้ากัน
5. ตักส่วนผสมผักโขมใส่ภาชนะ วางเนื้อปลา และเต้าหู้ ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์ จัดเสิร์ฟ
 

สลัดไก่ธัญพืชโยเกิร์ต

 
ส่วนผสม  
สันในไก่สับแช่เย็นจัด 250 กรัม
ผงกระเทียม 1/2 ช้อนชา
นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
พริกไทยดำบดหยาบ 1/4 ช้อนชา
พาร์สเลย์สับ 1 ช้อนชา
ผักสลัด 100 กรัม
ต้นอ่อนอัลฟาฟ่า 30 กรัม
แตงกวาญี่ปุ่นหั่นชิ้น 50 กรัม
ถั่วลันเตา  20 กรัม
ถั่วลูกไก่แช่น้ำให้นุ่มต้มสุก 20 กรัม
ถั่วแดงแช่น้ำให้นุ่มต้มสุก 20 กรัม
ถั่วขาวแช่น้ำให้นุ่มต้มสุก 20 กรัม
น้ำมันพืชเล็กน้อย  
                              
วิธีทำ
1. ผสมไก่สับ ผงกระเทียม นมสด เกลือป่น พริกไทยดำ นวดให้เข้ากัน ใส่พาร์สเลย์ ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
2. ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนกลมกดให้แบนเล็กน้อย เตรียมไว้
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่เนื้อไก่ที่เตรียมไว้ลงกริลล์ในกระทะจนสุกเหลือง ตักขึ้น
4. จัดไก่ที่กริลล์ไว้ใส่ภาชนะ พร้อมส่วนผสมที่เหลือ ราดน้ำสลัดโยเกิร์ต จัดเสิร์ฟ
 
ส่วนผสม  
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 150 กรัม
แตงกวาดองสับ  2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
พริกไทยดำบดหยาบ 1/4 ช้อนชา
มัสตาร์ด 2 ช้อนชา
หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
ผิวเลมอนขูดเล็กน้อย  

วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมด คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ
บทความแนะนำอื่นๆ
สูตรอาหารน่าสนใจ
แสดงความคิดเห็น

* จำเป็นต้องกรอก

คะแนนสำหรับบทความนี้ *
รายละเอียด *
ยังไม่มีรีวิว
บทความใกล้เคียงดูบทความทั้งหมด  

เมนูพื้นบ้านต้านโควิด-19 กลุ่มที่มีสารสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ

 สถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตสุด ๆ นอกจากต้องระวังรักษาตัวเองแล้ว ยังต้องเยียวยาจิตใจกันเป็นการใหญ่ หลายคนเกิดอาการแพนิคเพราะไม่รู้ว่าตัวเองติดไวรัสหรือยัง จะให้ไปตรวจแต่ละครั้งก็ใช้เงินเยอะเหลือเกิน แม่บ้านอย่างเราจึงอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ ๆ กันต่อไป เราคงช่วยอะไรไม่ได้มากนอกจากหาเมนูอร่อย ๆ มาให้แฟนเพจได้นำไปลองทำดู ซึ่งคราวนี้เป็น 30 เมนูพื้นบ้านต้านโควิด-19 ที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ตามที่สมาคมแพทย์แผนไทยได้แนะนำมา