เอไอเอ ประเทศไทย ส่งมอบความห่วงใยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านการขยายความคุ้มครองกรณีแพ้วัคซีนโควิด 19 พร้อมลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) กรณีติดเชื้อโควิด 19 จาก 30 วัน เหลือ 14 วัน

1    3,694    9    31 พ.ค. 2564 14:23 น.   
แบ่งปัน

เอไอเอ ประเทศไทย ส่งมอบความห่วงใยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านการขยายความคุ้มครองกรณีแพ้วัคซีนโควิด 19 พร้อมลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) กรณีติดเชื้อโควิด 19 จาก 30 วัน เหลือ 14 วัน

   เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบความห่วงใยแก่ประชาชนคนไทย ในช่วงที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 กำลังส่งผลต่อสภาพจิตใจและต่อเนื่องถึงสภาพร่างกายของหลายคน โดยนอกจากการเปิดตัวโครงการ “ชัวร์ก่อนฉีด ฟรี! ประกันผลกระทบในการฉีดวัคซีนโควิด-19” สำหรับลูกค้าเอไอเอไปแล้วนั้น ล่าสุด เอไอเอ ประเทศไทย เคาะมาตรการพิเศษ ขยายความคุ้มครองกรณีการแพ้วัคซีนโควิด 19 พร้อมทั้งมาตราการลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) กรณีติดเชื้อโควิด 19 จาก 30 วัน เหลือ 14 วัน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เอาประกันภัย

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาค เอไอเอ ในฐานะบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศ เล็งเห็นความสำคัญยิ่งในการช่วยลดภาระและแบ่งเบาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ประกาศมาตรการพิเศษขยายความคุ้มครองกรณีการแพ้วัคซีนโควิด 19 และมาตรการลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) กรณีติดเชื้อโควิด 19 จาก 30 วัน เหลือ 14 วัน เพื่อให้เราสามารถคุ้มครองดูแลผู้เอาประกันภัยได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม สำหรับมาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1. ขยายความคุ้มครอง กรณีการแพ้วัคซีนโควิด 19 สำหรับสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มค่ารักษาพยาบาล และกลุ่มชดเชยรายได้ ที่มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.1 ผู้เอาประกันภัยต้องมีอาการแพ้หรือผลกระทบข้างเคียงจากการได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 
ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2564
1.2 ต้องเป็นอาการแพ้หรือผลกระทบข้างเคียงจากการได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับการฉีดวัคซีน
1.3 บริษัทจะให้ความคุ้มครองโดยไม่นำเอาข้อยกเว้นเรื่องวัคซีนมาใช้กับกรณีนี้

2. ลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) ของสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มค่ารักษาพยาบาล และกลุ่มชดเชยรายได้ จาก 30 วัน เหลือ 14 วัน โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
2.1 เป็นสัญญาเพิ่มเติมที่มีวันเริ่มมีผลคุ้มครองก่อนหรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564
2.2 สำหรับกรณีเจ็บป่วยที่เป็นผลมาจากติดเชื้อโควิด 19 หรือจากการแพ้วัคซีนโควิด 19 เท่านั้น

ทั้งนี้ วัคซีนโควิด 19 ดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย (Thailand FDA) เท่านั้น
 

ท้ายนี้ ผมในนามตัวแทนของเอไอเอ ประเทศไทย ขอให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้เอาประกันภัยเอไอเอทุกท่าน ว่าเราพร้อมอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้คนไทย ผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยกายและใจที่แข็งแรงไปด้วยกัน” นายกฤษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://bit.ly/COVID19Ext_PR หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ AIA Call Center 1581 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง