ชวนปักหมุดจุดเช็คอิน 5 จังหวัดภาคใต้ ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

0    24    0    14 ม.ค. 2569 17:40 น.   
แบ่งปัน

ภาคใต้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึง สงขลา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวออกเดินทาง เลือกจุดหมายปลายทางที่ใช่ ตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมเก็บโมเมนต์ดี ๆ กับมุมเก๋ ๆ ทั่วภาคใต้

ปักหมุดจุดที่ 1: ชุมพร-ระนอง เปิดประตูสู่ภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ


ปักหมุดจุดแรกกับจังหวัดชุมพร เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ใครมีเวลาเยอะแวะเที่ยวชุมพรก่อนได้เลย เพราะมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย สำหรับเส้นทางวันนี้ เราจะไม่เข้าเมืองชุมพร แต่หักเลี้ยวไปทางตะวันตกสู่เมืองระนอง เมืองเงียบสงบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ในฐานะหนึ่งในประตูสู่ภาคใต้ ระนองซ่อนธรรมชาติสมบูรณ์ไว้มากมาย ทั้งภูเขา ลำธาร และน้ำตกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดทริปแบบสบาย ๆ ขับรถชิล ๆ ไปบนเส้นทางที่สวยและท้าทายสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวเอง รับรองว่าสนุกและประทับใจแน่นอน

ทริปครั้งนี้เรามากับ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่ช่วยให้การเดินทางระยะยาวผ่อนคลายขึ้นตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมือง จังหวะขึ้นเขาและโค้งคดเคี้ยวให้ฟีลนุ่ม เงียบ และมั่นใจ เพราะกำลังจากระบบ e-POWER ตอบสนองทันทีที่แตะคันเร่ง

พลาดไม่ได้กับหนึ่งในจุดที่ต้องแวะคือ น้ำตกปุญญบาล สายน้ำใสที่ไหลรินริมถนนเพชรเกษมตลอดทั้งปี เป็นมุมพักขาและเก็บภาพบรรยากาศได้อย่างลงตัว

การขับผ่านเส้นทางธรรมชาติแบบนี้ยิ่งทำให้เห็นความสบายของเซเรน่าได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งที่กว้าง หรือกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ที่ทำให้การเร่งขึ้นเนินและการขับต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตรเป็นไปอย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนให้แวะชิมรสมือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นเมืองรสเข้มหรืออาหารทะเลสด ๆ ทำให้ระนองไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น แต่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางสู่ภาคใต้

ปักหมุดจุดที่ 2: ตะกั่วป่า พังงา เมืองกลางหุบเขาที่ต้องหลงรัก


เมื่อพูดถึงพังงา หลายคนอาจนึกถึงทะเลและภูเขา แต่สำหรับสายชอบเมืองเก่าและบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ต้องยกให้ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กในหุบเขาที่อบอวลด้วยเสน่ห์เรียบง่าย เหมาะทั้งสำหรับการแวะเที่ยวแบบวันเดียว หรือจะใช้เวลาพักผ่อนช้า ๆ สักคืนเพื่อดื่มด่ำกับวิถีท้องถิ่นก็ลงตัวสุด ๆ เมืองเก่าย่านนี้รายล้อมด้วยอาคารชิโน–โปรตุกีสเก่าแก่ ร้านเล็ก ๆ ของชุมชน และศาลเจ้าจีนที่สะท้อนรากวัฒนธรรมในพื้นที่อย่าง ศาลเจ้าซินใช่ตึ๋ง เดินเล่นไม่กี่นาทีก็เจอมุมถ่ายรูปใหม่ ทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง, และ สะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาสวยแบบเต็มตา เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบพิเศษของตะกั่วป่าที่ แม้อยู่ในเมือง ก็ยังมองเห็นภูเขาได้ใกล้จนเหมือนเอื้อมถึง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินชิล ๆ ในเมืองเก่าเพลินขึ้นกว่าเดิม คือการเดินทางที่ไม่ต้องลุ้นหรือเหนื่อยตั้งแต่ต้นทาง คนขับเองก็สบายขึ้นด้วยฟังก์ชันอย่างปุ่มควบคุมเกียร์แบบไฟเรืองแสง เบรกมือไฟฟ้า Auto Brake Hold และ N-Hold ที่ช่วยให้จอดหรือเข็นรถในตรอกแคบ ๆ ของเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยผ่อนแรงในช่วงขับทางไกลก่อนจะเข้าตัวเมือง ทำให้รักษาความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าได้อย่างสบาย ๆ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยลดภาระการขับลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยังมีแรงเหลือไปเดินเที่ยวและสนุกกับบรรยากาศของตะกั่วป่าต่อทั้งวัน

สายกินเองก็มีแผนที่แน่นไม่แพ้กัน ตั้งแต่ ขนมจีนหน้าศาล, ไส้กรอกตะกั่วป่า, ไปจนถึง สะเต๊ะร้านเก่าแก่ที่ยังคงรสมือดั้งเดิม ทำให้การเดินเที่ยวในเมืองเก่าเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องราวในทุกจุดแวะ ตะกั่วป่าจึงเป็นอีกมุมหนึ่งของพังงาที่ให้จังหวะชีวิตช้าลงแบบพอดี และเติมเสน่ห์ใหม่ ๆ ให้การเดินทางภาคใต้มีมิติที่อบอุ่นมากขึ้น

ปักหมุดจุดที่ 3: สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติอิ่มตา บรรยากาศอิ่มใจ


สุราษฎร์ธานีคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาสก หนึ่งในผืนป่าฝนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของไทย อายุนับร้อยล้านปี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนและป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบรายล้อมด้วยธรรมชาติรอบตัว เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบสบาย ๆ หรือใช้เป็นที่เติมเต็มความสงบได้เป็นอย่างดี

ระหว่างทางที่ขับผ่านแนวภูเขาและผืนป่า ห้องโดยสารที่นั่งสบายของเซเรน่าทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย ความโปร่ง โล่งของพื้นที่ภายในช่วยให้การนั่งรถยาว ๆ ไม่รู้สึกอึดอัด กระจกใสบานใหญ่รอบคันเปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกแบบเต็มตา และยิ่งสบายขึ้นไปอีกเมื่อมี ม่านบังแดดที่ช่วยกรองแสงแรงระหว่างขับผ่านพื้นที่โล่ง เหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับธรรมชาติ

พื้นที่รอบเขาสกมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่าง ๆ ไปจนถึง
ล่องแพชมวิวที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของภาคใต้

ในตัวอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่รอบเขาสกยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ชุมชนที่แวะได้ระหว่างทางให้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของคนท้องถิ่น สุราษฎร์ธานีจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะขับรถเพื่อมาพักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ ก็ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนที่รักการเดินทาง

ปักหมุดจุดที่ 4: นครศรีธรรมราช เมืองวิวสวยที่ต้องแวะ


นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีมีโอโซนเยอะที่สุดในประเทศ และลำธารใสเป็นพิเศษ ขับรถขึ้นมาเพื่อปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร นั่งจุ่มเท้าในน้ำเย็น ๆ จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน หรือ แวะตามร้านงานหัตถกรรมท้องถิ่น ที่ขายผ้าย้อมสีธรรมชาติ บรรยากาศเรียบง่ายแต่ผ่อนคลาย เหมาะกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลที่สุด

การเดินทางแบบครอบครัวก็ยิ่งสบายขึ้น เมื่อมีพื้นที่ภายในนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ปรับได้หลากหลาย เบาะที่ปรับได้ถึง 13 รูปแบบ โต๊ะพับ และช่องชาร์จไฟครบทุกแถว ช่วยให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จัดท่านั่งตามสบายได้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะเบาะแถวสามแบบแขวนที่ยิ่งทำให้ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก เด็ก ๆ นั่งดูวิวได้เพลิน ผู้ใหญ่เองก็เอนนอนได้เต็มที่

จากบรรยากาศสดชื่นของลำธารคีรีวง หาก ขับลงสู่โซนชายฝั่ง จะพบกับอีกมุมที่ต่างออกไปแต่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือจุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบ ๆ ที่มองเห็นทั้งทะเลและภูเขาในฉากเดียว ไม่ว่าจะ ขับมาช่วงเช้าเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือแวะพักระหว่างวัน ก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายในคนละแบบ

การแวะตามทางก็สะดวกขึ้นมากด้วยประตูท้าย Dual Door ที่เปิดครึ่งบานได้ แม้พื้นที่จอดแคบ ก็สามารถหยิบของปิกนิก หรือกระเป๋ากล้องออกมาได้ง่าย ๆ อีกทั้งช่องเก็บของและหลุมใส่ขวดน้ำที่กระจายทั่วรถยังช่วยเก็บของจุกจิกได้ดี ไม่ต้องวุ่นวายหาของระหว่างทริป

รอบอ่าวยังเต็มไปด้วย ร้านอาหารทะเลสไตล์บ้าน ๆ ที่จอดรถแวะได้สะดวก เน้นวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และเมนูทะเลนึ่งรสเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยความสด นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ให้ ขับไปแวะถ่ายรูปกับทะเล และเอนจอยช่วงเวลาชิล ๆ ได้ตลอดวัน

ปักหมุดจุดที่ 5: สงขลา เมืองเล็กที่มีเสน่ห์ใหญ่


ใครที่ขับรถจากนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่สงขลา ตอนขับผ่านจังหวัดพัทลุง มีจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้ คือ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุด สะพานยาวกว่า 5 กิโลเมตรทอดข้ามทะเลสาบสงขลา–ทะเลน้อย เชื่อมต่อจังหวัดพัทลุงกับสงขลา เหมาะทั้งสำหรับแวะถ่ายภาพหรือหยุดพักสายตาระหว่างการเดินทาง ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม

พอเข้าใกล้ตัวเมืองที่ถนนเริ่มแคบขึ้น ระบบอย่างวงเลี้ยวแคบของเซเรน่าก็ช่วยให้กลับรถหรือเลี้ยวในซอยเล็ก ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น ยิ่งเวลาหยุดริมสะพานเพื่อถ่ายภาพ รถยังถอยเข้าซองได้ง่ายด้วยกล้องรอบคัน 360 องศาและกระจกมองหลังแบบกล้องที่ให้ภาพชัดเจนแม้แสงจะย้อนจากทะเลสาบก็ตาม

เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองเก่าสงขลา ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีนจะสะดุดตาทันที อาคารเก่าอายุนับร้อยปีที่เรียงรายสองฝั่งถนนทำให้การเดินเล่นในย่านนี้มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยมุมให้หยุดชมอย่างเพลิน ๆ ไฮไลต์แรกที่หลายคนเลือก เริ่มต้นที่ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำริมทะเลสาบสงขลา ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมก่อนเข้าสู่ย่านเมืองเก่า จากนั้นตามด้วยพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ซึ่งเล่าเรื่องราวรากวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ ระหว่างขับเลียบซอยต่าง ๆ ในย่านนี้ที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างแคบ ระบบ Blind Spot Warning, Rear Cross Traffic Alert และ Intelligent Forward Collision Warning จึงช่วยให้ขับได้มั่นใจขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาจะออกจากซองหรือมีคนเดินตัดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว แถมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เตะเปิดได้ยังสะดวกสุด ๆ เวลาถือของฝากหรือของกินเต็มมือจากร้านดังของเมืองเก่า

ระหว่างขับสำรวจในย่านเมืองเก่า กลิ่นอาหารท้องถิ่นจะลอยมาเรียกให้ต้องแวะเสมอ ไม่ว่าจะเป็น โรตีร้อน ๆ ไอติมโอ่งสูตรโบราณ หรือ ขนมจีบ–ซาลาเปาร้านเก่าแก่ ที่มีให้เลือกแทบทุกซอย รวมถึงร้านคาเฟ่และของกินเล่นอีกหลากหลายแบบที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นไปอีกขั้น

ปิดท้ายทริปด้วยการแวะบ้านนครในและโซน Street Art เมืองเก่า ที่มีงานศิลปะกระจายอยู่ตามกำแพงให้ค่อย ๆ เดินชมและเก็บภาพระหว่างจอดรถ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ และปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน บรรยากาศของพื้นที่เหล่านี้ยิ่งเดินยิ่งเพลิน ขับเข้า–ออกหลายรอบก็ไม่รู้สึกลำบาก เพราะมีผู้ช่วยส่องรอบตัวของเซเรน่าคอยดูมุมอับและเตือนรถสวน ทำให้การหาที่จอดในซอยแคบ การวนรถดูงานศิลปะ หรือการถอยจอดหน้าโรงสีแดงเป็นเรื่องง่ายไปหมด ตลอดทั้งวันจึงขับเที่ยวได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องกังวลกับความแออัดหรือพื้นที่จอดจำกัด

ท้ายที่สุดการขับโร้ดทริปจะสนุกขึ้นมาก เมื่อรถที่ใช้ “เข้าใจเส้นทาง” พอ ๆ กับคนขับ ไม่ว่าจะเป็นโค้งคดเคี้ยวของภูเขา หรือทางเลียบทะเลใต้ลมแรง นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ทำให้ทุกช่วงทางรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยระบบ e-POWER ความเป็น Made in Japan และการดูแลของเครือข่ายดีลเลอร์นิสสันทั่วประเทศคือสิ่งที่ทำให้ขับไปไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกกังวล ไม่ว่าจะล่องเหนือ ลงใต้ หรือไปอีสาน ก็มั่นใจได้ว่ามีทีมบริการอยู่ไม่ไกล พร้อมดูแลตลอดการเดินทาง เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จึงไม่ใช่แค่รถสำหรับไปถึงจุดหมาย แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรสนุกตั้งแต่ช่วงเลี้ยวออกจากบ้าน
 
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง