“โคคา” ต่อยอดโมเดล “โคคาแมน” เปิดตัวบริการเดลิเวอร์รีทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมผุดกลยุทธ์ดิจิทัลรับพฤติกรรมผู้บริโภค New Normal

1    1,131    9    9 มิ.ย. 2563 16:43 น.   
แบ่งปัน

“โคคา” ต่อยอดโมเดล “โคคาแมน” เปิดตัวบริการเดลิเวอร์รีทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พร้อมผุดกลยุทธ์ดิจิทัลรับพฤติกรรมผู้บริโภค New Normal

   “โคคา” (COCA Restaurant) แบรนด์ร้านอาหารสัญชาติไทยแท้ ต่อยอดโมเดล “โคคาแมน” (COCAMAN) ขยายบริการ COCA Delivery ส่งอาหารตรงจากร้านโคคาถึงประตูบ้านลูกค้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปักหมุดเวียดนามและมาเลเซีย 2 สาขาแรกในต่างประเทศ หลังนำร่องในไทยประสบความสำเร็จล้นหลาม

เทรเวอร์ แมกเคนซี (Trevor Mackenzie) กรรมการผู้จัดการ โคคา เรสเตอรองส์ เวิลด์ไวด์ (COCA Restaurants Worldwide) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 กลุ่มร้านอาหารโคคาได้เปิดตัว “โคคาแมน” (COCAMAN) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ COCA Delivery ผ่านทางร้านโคคาโดยตรง โดยได้นำร่องให้บริการ 7 สาขาทั่วกรุงเทพมหานคร และได้รับความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่งผลให้โมเดล COCA Delivery เติบโตมากขึ้น 25% จากปีที่ผ่านมา จากความสำเร็จครั้งนี้จึงได้ขยายแนวคิดบริการ “โคคาแมน” ไปยังร้านโคคาในสาขาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเริ่มต้นให้บริการในประเทศเวียดนามและมาเลเซีย 2 สาขาแรกในต่างประเทศ และวางแผนขยายการบริการเต็มรูปแบบจนครบ 20 สาขา ใน 7 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปีนี้
 

“การตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างตรงจุด ทำให้เราฝ่าวิกฤต COVID-19 มาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย “โคคาแมน” จะเป็นตัวแทนที่จะทำให้โมเดล COCA Delivery ของเราแข็งแกร่งมากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า บริการเดลิเวอร์รีโดยตรงของร้านอาหารโคคาลูกค้าจะได้รับอาหารที่คงคุณภาพเหมือนรับประทานที่ร้านอย่างแน่นอน” เทรเวอร์กล่าว

บริการ COCA Delivery นับเป็นกลยุทธ์ที่ตอบสนองความต้องการที่ของลูกค้าในช่วงล็อกดาวน์อย่างตรงจุด รวมถึงการเพิ่มจุดแข็งให้กับบริการ COCA Delivery ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดึงดูดผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ได้แก่ การรับประกันคุณภาพอาหารระดับสูงซึ่งสามารถควบคุมการผลิตได้เองตั้งแต่การปรุงอาหารไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง อาหารที่สั่งไปรับประทานที่บ้านจะคงคุณภาพเหมือนที่ร้าน ปรุงสดทุกจาน ไร้สารเคมี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี โดย “โคคาแมน” ทุกคนต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานสุขอนามัย COVID-19 และผ่านการฝึกอบรมการเว้นระยะห่างในการจัดส่งแบบ Social Distancing รวมถึงร้านแฟรนไชส์ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะปฏิบัติตามแนวทางเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “ส่งมอบอาหารเพื่อสุขภาพ”

นอกจากนั้น บริการ COCA Delivery จะคิดค่าจัดส่งตามระยะทางจริง โดยเงินค่าจัดส่งทั้งหมดจะมอบให้กับพนักงานจัดส่งของร้าน หรือ โคคาแมน ทุกบาท 100% ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของโมเดลนี้ คือมุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงบทบาทของพนักงานในภาวะวิกฤตในตลาด และหารายได้เสริมให้กับพนักงาน
 

นอกเหนือจากบริการ COCA Delivery แล้ว โคคา เรสเตอรองส์ เวิลด์ไวด์ ยังมีแผนที่จะขยายพอร์ตธุรกิจทั่วโลกในอนาคตผ่านกลยุทธ์ดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรม New Normal ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนานวัตกรรมช่องทางการขายใหม่ผ่านแอพพลิเคชัน การพัฒนาร้านอาหารแบบ Grab & Go ในสนามบินและสถานีรถไฟทั่วโลก จับตลาดคนรุ่นใหม่ที่มีชีวิตเร่งรีบ และการเปิดตัวแพลตฟอร์มอินทราเน็ตใหม่ของกลุ่มร้านอาหารโคคา “Inspire+” โดยมีเป้าหมายในการให้ความรู้แก่พนักงานทั่วโลกเพื่อให้แบรนด์มีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะนำอาหารไทยต้นตำรับมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ทั่วโลก

ทั้งนี้ ร้านโคคามีจำนวนทั้งสิ้น 20 สาขา ใน 7 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 20% ในปี 2563
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้ง รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” จุดประกายจินตนาการ ชวนลูกค้ามีส่วนร่วมสนับสนุนการอ่านเด็กไทย ผ่านทุกการช้อป
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวถุงช้อปปิ้งท็อปส์ รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชัน “Read for Discovery” ราคา 9 บาท เชิญชวนลูกค้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในประเทศไทยอย่างทั่วถึง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถุงช้อปปิ้งดังกล่าวจะนำไปสมทบทุนโครงการ “Every Child Can Read” ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยอย่างครอบคลุม ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปีของท็อปส์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง