9 เมนูเด็ดจาก "หัวปลี"

แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
1,988    11    0    18 ก.พ. 2563 19:30 น.
แบ่งปัน
       ต้นกล้วย นับเป็นพืชที่มีประโยชน์ทั้งต้นอย่างแท้จริง นอกจากเราจะนำกล้วยมารับประทานกันแล้ว ลำต้นยังสามารถนำมาใช้ได้สารพัดประโยชน์ รวมถึงใบที่นำมาห่ออาหาร ห่อขนม ส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือ “หัวปลี” หรือดอกของต้นกล้วย เป็นส่วนที่สามารถนำมาทำอาหารได้ และเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนกินมังสวิรัติ เนื่องจากมีเส้นใยแน่นคล้ายกับเนื้อสัตว์ จึงไม่แปลกใจนักที่จะนำมาทำเมนูอาหารได้หลากหลาย

ในหัวปลีมีสรรพคุณน่าสนใจมากมาย อาทิ มีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง ช่วยขับน้ำนมของหญิงหลังคลอดบุตร จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย ที่จะหาเมนูจากหัวปลีมาลิ้มลองกัน และยังมีแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย ส่วนใครที่อยากรู้ว่าหัวปลีสามารถนำมาทำอาหารอะไรได้บ้าง ครั้งนี้เรามีเมนูเด็ดมาบอกกันถึง 9 เมนู รับรองทำง่าย อร่อย แถมยังเหมาะกับทุกคนในครอบครัวด้วยนะเออ
 

ยำหัวปลีกุ้งย่าง
 

ส่วนผสม
กุ้งแม่น้ำ 4 ตัว
หัวปลีซอย(แช่น้ำเปล่าผสมน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ดำ) 150 กรัม
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งทอด 4 เม็ด

วิธีทำ   
1. ย่างกุ้งบนเตาถ่านด้วยไฟปานกลางจนสุกทั้งตัว ยกลงพักไว้ แกะเอาแต่เนื้อ
2. ผสมน้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และกะทิคนให้เข้ากัน
 

ยำทวาย
 

ส่วนผสม
เนื้ออกไก่ต้มสุกฉีกเป็นเส้น 50 กรัม
ผักบุ้งไทยหั่นเป็นเส้น 50 กรัม
ถั่วพูซอย 50 กรัม
ถั่วงอกเด็ดหาง 50 กรัม
มะเขือยาวหั่นเป็นเส้น 50 กรัม
หัวปลีซอย 50 กรัม
พริกหยวกหั่นเป็นเส้น 50 กรัม
กะทิความเข้มข้นปานกลาง 4 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียวสำหรับโรย  

วิธีทำ
1. เตรียมกะทิสำหรับราดหน้าโดยผสมหัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า คนพอเข้ากันตั้งไฟอ่อนคนจนส่วนผสมข้น ยกลงพักไว้
2. ต้มกะทิที่เหลือพอเดือด ใส่ผักบุ้ง ถั่วพู ถั่วงอก มะเขือยาว หัวปลี พริกหยวก ลงลวกทีละอย่างจนสุกตักขึ้นพักไว้
3. จัดผักลวกสุก เนื้ออกไก่ต้มใส่จานราดกะทิในข้อที่ 1 โรยหอมเจียว จัดเสิร์ฟคู่กับน้ำยำ

ส่วนผสมน้ำยำ
พริกชี้ฟ้าแห้ง แกะเมล็ดออกแช่น้ำพอนิ่ม 5 เม็ด
พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำพอนิ่ม 3 เม็ด
กุ้งแห้งหรือปลาย่างโขลกละเอียด 30 กรัม
ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกลีบเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีซอย 2 ช้อนชา
พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
ผิวมะกรูดซอย 1/2 ช้อนชา
กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
กะทิความเข้มข้นปานกลาง 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 4 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่วสำหรับโรย  
 
วิธีทำ
1. โขลกพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู กุ้งแห้ง ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ด ผิวมะกรูด กะปิ เข้าด้วยกันให้ละเอียด
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อนนำส่วนผสมที่โขลกไว้ ลงผัดจนหอมใส่หัวกะทิผัดจนแตกมัน
3. เติมกะทิที่เหลือพอเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก เคี่ยวต่อจนส่วนผสมข้นยกลงพักไว้ให้เย็นสนิท โรยงาขาวคั่ว
 

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู



ส่วนผสม
กระดูกส่วนใบพายหั่นชิ้น 500 กรัม
หัวปลีหั่นชิ้น (แช่น้ำเปล่าไว้เพื่อไม่ให้ดำ)  250 กรัม
ใบชะพลูหั่นเส้น 25 กรัม
ชะอมรูดใบ 100 กรัม
ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 5 หัว
กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำพอนิ่ม 6 เม็ด
พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำพอนิ่ม 5 เม็ด
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. โขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง พริกขี้หนูแห้ง พอหยาบ ใส่ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม กะปิ โขลกให้ละเอียด
2. ต้มน้ำเปล่า ใส่กระดูกหมู เกลือป่น พอเดือดช้อนฟองออกให้หมด ใส่ส่วนผสมข้อที่ 1
3.  เบาไฟเคี่ยวจนกระดูกเริ่มนุ่ม ใส่หัวปลี เคี่ยวต่อจนนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา คนให้เข้ากัน
4. เร่งไฟใส่ชะอม ใบชะพลู คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
 

ยำหัวปลีสดหมูย่าง
 

ส่วนผสม
​​​​​​​หัวปลี 200 กรัม
หมูย่างหั่นชิ้น 150 กรัม
หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาวหั่นชิ้น 1 ลูก
เกลือป่นหยาบ 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 3-4 ถ้วยตวง
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว  3 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. บีบมะนาวใส่ในน้ำเปล่า ใส่เกลือป่น คนให้ละลาย หั่นหัวปลีเป็นชิ้นบาง แช่ลงในน้ำที่ผสมไว้เพื่อไม่ให้ดำ (เวลาใช้ให้ใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ)
2. ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว คนให้เข้ากัน
3. ใส่หมูย่าง หัวปลี คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. ใส่ต้นหอม หอมแดง ผักชี ผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ

ส่วนผสมหมูย่าง
​​​​​​​เนื้อหมูสันนอกหั่นชิ้น 150 กรัม
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
ซอสเห็ดหอม 2 ช้อนชา
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 2 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1/4 ช้อนชา
น้ำมันพืชเล็กน้อย  

วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอียด
2.  ผสมเนื้อหมู เครื่องที่โขลกไว้ ซีอิ๊วขาว ซอสเห็ดหอม คนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 15-20 นาที
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นำหมูที่หมักไว้ลงย่างจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้
 

ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี
 

ส่วนผสม
​​​​​​​สะโพกไก่หั่นชิ้น 350 กรัม
หัวปลีหั่นชิ้น 300 กรัม
กะทิเข้มข้นปานกลาง 3 1/2 ถ้วยตวง
ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
ตะไคร้หั่นแฉลบ 2 ต้น
ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
พริกสดสีแดงโขลก 7 เม็ด
น้ำปลา 3 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 2 ต้น
ผักชีหั่นท่อน 2 ต้น

วิธีทำ
1. ต้มกะทิเข้มข้นปานกลาง ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พอเดือดใส่สะโพกไก่
2. เดือดอีกครั้งใส่หัวปลี ปรุงรสด้วยน้ำปลา คนพอเข้ากัน
3. พอหัวปลีสุกนุ่ม ใส่พริกสด ผักชี ผักชีฝรั่ง ปิดไฟใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
 

ทอดมันหัวปลี
 

ส่วนผสม
หัวปลีซอยตามขวาง 250 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 3 ฟอง
แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้มไก่  
ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ  
แตงกวาหั่นชิ้น  
ผักชีสำหรับตกแต่ง  
น้ำมันพืชสำหรับทอด  

วิธีทำ
1. ผสมน้ำพริกแกงเผ็ด ไข่ไก่ แป้งทอดกรอบ และน้ำปลา คนให้เข้ากัน
2. ใส่หัวปลี ใบมะกรูด คลุกเคล้าจนเข้ากันดี
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ตักส่วนผสมที่ได้ลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
4. ตักน้ำจิ้มไก่ใส่ถ้วย ใส่แตงกวา ถั่วลิสง ผักชี จัดเสิร์ฟพร้อมทอดมันหัวปลี
 

ส้าปลี
 

ส่วนผสม
หัวปลีส่วนสีขาวแกะลูกกล้วยออก 1 หัว
เนื้อหมูบด 100 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
น้ำปลาร้าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่าผสมน้ำมะขามเปียกสำหรับแช่หัวปลี  
ต้นหอม ผักชีซอยสำหรับโรย   

วิธีทำ
1. ซอยหัวปลี แช่น้ำเปล่าผสมน้ำมะขามเปียก เตรียมไว้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กระเทียมลงผัดพอเหลือง ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดพอหอม ใส่เนื้อหมูลงผัดพอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
3. บีบหัวปลีให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงคลุกกับส่วนผสมข้อที่ 2 ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำปลาร้า คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่หอมแดง คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะ โรยต้นหอมและผักชี จัดเสิร์ฟ
 

ส้มตำหัวปลี
 

ส่วนผสม
หัวปลีส่วนสีขาวแกะลูกกล้วยออก 100 กรัม
ปูเค็มลวกสุก 3 ตัว
ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1/4 ถ้วยตวง
มะเขือเทศสีดาหั่นชิ้น 3 ลูก
มะเขือเปราะฝานชิ้นบาง 1 ลูก
มะเขือเหลืองฝานชิ้นบาง 1 ลูก
กระเทียม 3 กลีบ
พริกขี้หนูสีแดง 6 เม็ด
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่าผสมน้ำมะขามเปียกสำหรับแช่หัวปลี  

วิธีทำ
1. ซอยหัวปลี แช่น้ำเปล่าผสมน้ำมะขามเปียก เตรียมไว้
2. โขลกกระเทียมและพริกขี้หนูพอหยาบ ใส่ถั่วฝักยาวโขลกพอแตก
3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำมะขามเปียกคนให้เข้ากัน
4. ใส่หัวปลี มะเขือเทศสีดา มะเขือเปราะ มะเขือเหลือง ปูเค็ม กุ้งแห้ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
 

หมกหัวปลีไก่ใส่ไข่
 

ส่วนผสม
หัวปลีส่วนสีขาวแกะลูกกล้วยออก 100 กรัม
สะโพกไก่เลาะกระดูกหั่นชิ้น 300 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ใบแมงลัก 1/2 ถ้วยตวง
ต้นหอมหั่นท่อน 1/4 ถ้วยตวง
ใบมะกรูดฉีก 4-5 ใบ
น้ำปลาร้า 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา
ใบตองสำหรับห่อ  

วิธีทำ
1. ตักส่วนผสมเครื่องแกงที่โขลกไว้ใส่ภาชนะ ใส่สะโพกไก่คลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ซอยหัวปลีใส่ลงไป ตามด้วยไข่ไก่ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา และเกลือป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ใส่ใบแมงลัก ต้นหอม ใบมะกรูด คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ตักส่วนผสมใส่ในใบตอง ห่อให้สวยงาม กลัดด้วยไม้ปลายแหลม นำไปนึ่งบนน้ำเดือดไฟปานกลางประมาณ 15-20 นาที หรือจนสุก จัดเสิร์ฟ
บทความแนะนำอื่นๆ
สูตรอาหารน่าสนใจ
แสดงความคิดเห็น

* จำเป็นต้องกรอก

คะแนนสำหรับบทความนี้ *
รายละเอียด *
ยังไม่มีรีวิว
บทความใกล้เคียงดูบทความทั้งหมด  

6 เมนูขนมจีน ขนมเส้นแนวใหม่รสชาติไฉไล

ขนมจีน เป็นอาหารคาวอย่างหนึ่งของไทย ทำมาจากแป้งเป็นเส้นกลม ๆ คล้ายเส้นหมี่ นิยมรับประทานคู่กับน้ำยา น้ำพริก น้ำเงี้ยว และผักต่าง ๆ สันนิษฐานว่าที่มาจะมาจากชาวมอญ ซึ่งเรียกขนมจีนว่าคนอมจิน ปัจจุบันขนมจีนเป็นอาหารจานเดียวที่นิยมรับประทานกันทุกมื้อ และสามารถนำมาทำอาหารหรือรับประทานคู่กับอาหารได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำ เมี่ยง ผัดไทย หรือยำต่าง ๆ แล้วยังสามารถประยุกต์เป็นเมนูแสนอร่อยได้หลายจาน วันนี้แม่บ้านขออาสาเผย 6 เมนู ขนมจีนรูปแบบใหม่ รสชาติไฉไล ที่จะทำให้ใครหลายคนติดใจ ว่าแล้วก็ไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ