ประสบการณ์เกือบ 40 ปี สอนให้รักที่จะปรุงต่อไป

แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
แเสดงความคิดเห็น
ถูกใจ
5,273    5    -4    24 ธ.ค. 2563 16:46 น.
แบ่งปัน

   ถ้าพูดถึงเชฟอาหารไทยคงมีไม่มากนักที่โดดเด่นในเมืองไทย โดยเฉพาะเชฟผู้หญิง ครั้งนี้เรามาพูดคุยกับ เชฟตุ๊ก พิณนภา เทศมนตรี เชฟผู้มีประสบการณ์การทำงานมายาวนานเกือบ 40 ปี ทั้งในไทยและต่างประเทศ และปัจจุบันยังเปิดสอนอาหารไทยแบบ Private สำหรับผู้ที่รักในรสชาติแบบดั้งเดิม

“หลังจากจบปริญญาตรีก็ทำงานโรงแรมอยู่ 2 ปี หลังจากนั้นไปออสเตรีย 3 ปี เพราะเพื่อนมีร้านอาหารอยู่ที่นั่น” เชฟบอกให้เราฟังก่อนที่จะพูดคุยกันแบบจริงจัง “โดยปกติแล้วเป็นคนชอบอาหารไทยเพราะคุณแม่ คุณย่า คุณยาย เก่งอาหารไทย เราเลยซึมซับไปในตัว รวมถึงมีใจรักด้วย เลยส่งผลทำให้เราสนุกกับการทำอาหารไทยในทุก ๆ จาน หลังจากกลับมาก็มาเปิดร้านอาหารที่จังหวัดนครปฐม 14 ปี และได้เป็นร้านตัวอย่างโมเดลของนครปฐมเรื่องความสะอาด เขาให้เราเข้า OTOP เลย มีเมนูพิเศษที่คนมาต้องสั่งคือ ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด ซึ่งเป็นสูตรโบราณสูตรคุณย่า คุณยาย รสไม่หวานจัด แต่จะมี 3 รส หอมมะกรูด หอมส้มซ่า พอคุณชายถนัดศรีได้มาลองชิมก็ชอบ เราเลยได้เชลล์ชวนชิมมาด้วย หลังจากนั้นก็ถูกเรียกตัวให้ไปทำงานในสถานทูตไทยในประเทศดูไบ เป็นอาหารไทยโดยเฉพาะทั้งคาวและหวาน ทำได้ 4 ปี จึงกลับมาประเทศไทย”
 

หลังจากทำงานด้านอาหารมานานเชฟตุ๊กจึงได้รู้ว่าอาหารก็เหมือนยา จึงเริ่มปรับเมนูอาหารเพื่อให้เข้ากับสุขภาพมากขึ้น โดยเลือกจากวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ต้องตอบโจทย์สุขภาพ “คือตัวเราเองจบมาจากด้านโภชนาการ จบอาหาร เคยเตรียมอาหารคนป่วยแบบเฉพาะโรคได้ จึงสนใจอยากทำอาหารเพื่อต้องการให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ปกติเป็นคนทำอาหารแบบไม่ใช้ผงชูรสใด ๆ ทั้งสิ้น รสชาติอาหารจะออกมาจากวัตถุดิบ และพอมาลองใช้สินค้า เทสตี้ฟิต กะทิธัญพืช ก็เลยรู้ว่าสินค้าตอบโจทย์กับผู้รักสุขภาพจริง ๆ ผลิตจากน้ำมันรำข้าว ไม่มีส่วนผสมของกะทิจากมะพร้าว ให้รสกลิ่นสีใกล้เคียงกะทิจากมะพร้าว สะอาด ไม่มีส่วนผสมของแป้ง สี หรือวัตถุกันเสีย สามารถใช้แทนกะทิในการปรุงอาหารได้ทั้งคาวหวาน ดังนั้นผู้ที่รักสุขภาพ ต้องการควบคุมน้ำหนักสามารถใช้ได้เลย”

ความแตกต่างของกะทิธัญพืช กับกะทิจริง ๆ เชฟบอกกับเราว่า “ถ้าเป็นกะทิที่ทำจากมะพร้าว เวลาทิ้งไว้นานจะมีกลิ่นโอ่ หรือมีกลิ่นหืน ซึ่งมันทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน แต่กะทิธัญพืชจะไม่มีกลิ่นตรงนั้น นอกจากนั้นแล้วคงเป็นเรื่องของคอเลสเตอรอล ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องดูแลตัวเอง การกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไปจึงไม่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นกะทิธัญพืชจึงค่อนข้างตอบโจทย์อะไรหลาย ๆ อย่าง อยากแนะนำสำหรับคนที่อยากลอง เทลงที่ปลายช้อนแล้วชิมดู จะรู้สึกเลยว่าความมันความเลี่ยนเขาไม่มี แต่ก็ไม่ได้สูญเสียกลิ่นของกะทิไปแม้แต่น้อย” 
 

สิ่งที่อยากจะแนะนำในมุมมองของเชฟ “สินค้าตัวนี้อยากให้ลองนำมาทำอาหารกันเยอะ ๆ มันดีต่อสุขภาพมาก ๆ บางคนมองว่าอาหารสุขภาพมักไม่อร่อย อันนี้ขอเถียงว่าไม่จริง เพราะถ้าเรารู้จักปรุง รู้จักนำวัตถุดิบมาใช้ก็สามารถทำให้อร่อยได้ ที่สำคัญคือเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ บางครั้งที่เชฟไปทำอาหารให้ผู้ใหญ่ในสถานทูตทานกันก็นำ เทสตี้ฟิต กะทิธัญพืชไปด้วย เพราะไม่ได้อยากให้คนกินอร่อยเท่านั้น แต่อยากมอบสุขภาพดี ๆ ให้เขาเช่นกัน”
 
 
บทความแนะนำอื่นๆ
สูตรอาหารน่าสนใจ
ซาลาเปามันม่วงไส้มันม่วง
ซาลาเปามันม่วง ส่วนผสมแป้ง -แป้งสาลีเอนกประสงค์ตราว่าว 250 กรัม -มันม่วงญี่ปุ่นนึ่งสุกบดละเอียด 130 กรัม -ยีตส์ผง 1 ชช. -ผงฟู 1 ชช. -น้ำตาล 40 กรัม -เกลือ 1/2 ชช. -น้ำอุ่น 60 ml. -น้ำมันรำข้าว 2 ชต. ส่วนผสมไส้ -มันม่วงนึ่งสุกบดละเอียด 200 กรัม -วิปปิ้งครีม+นมสด 1 ถ้วยตวง -น้ำตาล 50 กรัม -เกลือ1/2 ชช. -ธัญพืชต้มสุกสำหรับใส่ไส้ (แปะก๊วย,ลูกเดือย,ถั่วแดง,ข้าวโพดหวาน) วิธีทำ ส่วนที่1 -นำน้ำอุ่น 30 ml.ผสมกับยีตส์ ใส่น้ำตาลนิดนึง เกลือนิดนึง พักไว้ให้ขึ้นฟอง 4-5 นาที ส่วนที่2 -นำแป้งมาร่อนรวมกับผงฟูพักไว้ -นำมันม่วงนึ่งสุกบดให้ละเอียดจะบดกับกระชอนตาถี่ได้เลยนะคระทำขณะที่มันม่วงร้อนๆจะบดง่ายกว่าตอนเย็น พักไว้ -นำแป้งใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล เกลือคนให้เข้ากัน ใส่มันม่วงบด ผสมให้เข้า แล้วทำหลุมตรงกลางใส่น้ำเปล่าที่เหลือ 30 ml.ลงไปตามด้วยน้ำที่ผสมยีตส์อีก30ml.นวดให้เข้ากันถ้าแป้งแห้งให้เติมน้ำเพิ่มได้อีก จากนั้นใส่น้ำมันรำข้าวนวดให้เข้ากัน 1-2 นาที -พักแป้งแลปปิดฝา 20 นาที -พักแป้งครบ20 นำมานวดต่อ ให้นุ่มแล้วตัดแบ่งออกเปนก้อนละ50 กรัม คลึงกลม(ขั้นตอนนี้จะทำก้อต่อเมื่อไส้มันม่วงเสร็จแล้วนะคระ)แล้วรีดให้แผ่นบางหนาตามชอบ ตักไส้มันม่วงใส่ตามด้วยธัญพืชตามชอบแล้วจีบจากซ้ายไปขวา ปิดไส้ให้สนิทแล้ววางบนกระดาษไข พักไว้คลุมผ้าเพื่อไม่ให้แป้งแห้ง -พักแป้งไว้ 20-30 นาทีเพื่อให้แป้งฟูขึ้น -รอแป้งขึ้น ตั้งฉึ่งเปิดไฟแรงให้น้ำเดือด พอเดือดลดไฟเหลือไฟกลาง เรียงซาลาเบาให้ห่างนิดๆใช้ตะเกียบวางบนฉึ่งทั้งสองข้าง (วิธีแง้มฝา)เวลาปิดฝานึ่งซาลาเปาจะได้ไม่มีไอนำ้หยด ลงซาลาเปา นึ่ง 20 นาที พอครบเปิดฝานึ่งอีก2 นาที (เพื่อไม่ให้ซาลาเปาเหี่ยว)สุกพร้อมหม่ำจร้า วิธีทำไส้มันม่วง -นำมันม่วงนึ่งสุกบดละเอียดใส้กระทะ ตามด้วยน้ำตาล เกลือ นมวิปปิ้งครีม -เปิดไฟอ่อนเคี่ยวให้มันม่วงข้นเหนียว เกือบแห้งไม่ติดกะทะ พอได้ที่ปิดไฟตักใส่ถ้วยพักไว้
แสดงความคิดเห็น

* จำเป็นต้องกรอก

คะแนนสำหรับบทความนี้ *
รายละเอียด *
ยังไม่มีรีวิว
บทความใกล้เคียงดูบทความทั้งหมด